เกียร์ออโต้หรือเกียร์อัตโนมัติ ใช้อย่างไรให้ถูกวิธี

เริ่มโดย Nongmoo, 31ส.ค.2012, 22:04:59

« หน้าที่แล้ว - ต่อไป »

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Nongmoo

เกียร์ออโต้หรือเกียร์อัตโนมัติ ใช้อย่างไรให้ถูกวิธี - ขับรถให้ถูกวิธีเพื่อความปลอดภัยกับชีวิต
อุบัติเหตุจากรถเกียร์ออโต้หรือเกียร์อัตโนมัติมักเกิดขึ้นทุกปี หลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุถึงชีวิต เราจึงควรมาศึกษาวิธีขับรถเกียร์ออโต้ให้ถูกต้องถูกวิธีดีกว่า เพราะชีวิตที่สูญเสียไปไม่สามารถหยอดเหรียญเล่นใหม่เหมือนเกมส์ขับรถ

ผู้ผลิตรถแทบทุกค่าย ต่างพากันใส่เกียร์อัตโนมัติไว้ให้เป็นทางเลือกของลูกค้า ที่ใช้งานส่วนใหญ่ในเมืองที่มีสภาพการจราจรหนาแน่น ทำให้การขับขี่มีความสะดวกสบายมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก เนื่องจากเท้าซ้ายไม่ต้องคอยเหยียบครัชให้วุ่นวายอีกต่อไป เรามาดูวิธีการขับขี่เกียร์อัตโนมัติที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อเกียร์และกระเป๋าของท่านกันดีกว่าครับ

1)การขับรถเกียร์ออโต้โดยทั่วๆไป ที่ไม่จำเป็นจะต้องใช้เทคนิคพิเศษแบบนักแข่งรถ ควรใช้เท้าขวาเพียงเท้าเดียวในการเหยียบคันเร่งเบรค ไม่ควรใช้เท้าซ้ายเหยียบเบรค

2) สำหรับท่านที่เพิ่งจะเริ่มขับรถ พยายามเบรคด้วยเท้าขวาเท่านั้น และเหยียบเบรคทุกครั้งก่อนสตารท์รถ เพื่อป้องกันอันตรายถึงแม้ตำแหน่งเกียร์จะอยู่ที่ตำแหน่ง(P)หรือ(N)ก็ตาม และเหยียบเบรคทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ว่าง( N ) หรือเกียร์จอด (P) ไปเป็นเกียร์เดินหน้า (D) หรือเกียร์ถอยหลัง (R) จำไว้ให้ขึ้นใจครับ รถหยุดนิ่ง เหยียบเบรคก่อนทุกครั้งก่อนขยับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ครับ

3) ถ้าท่านเลื่อนคันเกียร์ออกจากตำแหน่งเดินหน้า (D) ไปเป็นตำแหน่งถอยหลัง (R) หรือเปลี่ยนจากตำแหน่งถอยหลัง (R) ไปเป็นตำแหน่งเดินหน้า (D) ควรให้รถหยุดสนิทให้เรียบร้อยก่อน หลายท่านขับแบบใจร้อนและผิดวิธี รถยังคงเคลื่อนที่อยู่ก็รีบเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ จะทำให้เกียร์มีอายุการใช้งานสั้น อย่าลืมว่า ค่าซ่อมหรือเปลี่ยนเกียร์ใหม่ในรถยนต์บางรุ่นมีราคาสูงมาก

4) ขณะที่รถวิ่งอยู่ไม่ควรเข้าเกียร์ตำแหน่ง (N) เช่นเห็นไฟแดงข้างหน้าแต่ยังอีกไกล กลัวว่าจะไม่ประหยัดน้ำมัน ท่านจึงเข้าเกียร์ในตำแหน่ง (N) และปล่อยให้รถไหลไปจนถึงไฟแดง รถแทบทุกรุ่นในยุคปัจจุบันใช้ระบบหัวฉีดควบคุด้วยสมองกลที่ทันสมัย การจ่ายเชื้อเพลิงขึ้นตรงกับลิ้นปีกผีเสื้อ ถ้าท่านยกเท้าออกจากคันเร่งลิ้นปีกผีเสื้อก็จะปิดทันที เซนเซอร์ลิ้นปีกผีเสื้อจะรายงานกล่องสมองกลที่ควบคุมระบบการจ่ายเชื้อเพลิงให้หยุดทำการจ่ายน้ำมันทันที ไม่มีความจำเป็นที่ต้องปลดเกียร์ว่าง (N) แต่อย่างใด และยังเป็นผลเสียอย่างร้ายแรงต่อเกียร์ของท่านอีกด้วย เนื่องจากรถยนต์ในขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว เกียร์ที่อยู่ในตำแหน่ง(D) จะมีปั้มแรงดันสูง ส่งน้ำมันเกียร์เข้าไปหล่อลื่นอยู่ตลอดเวลา
แต่ปั้มน้ำมันของเกียร์อัตโนมัติจะทำงานน้อยลงเมื่อเกียร์ อยู่ในตำแหน่ง (N) เมื่อไม่มีแรงดันที่พอเพียงจะดันน้ำมันไปหล่อลื่นเกียร์อย่างเพียงพอ จะทำให้เกียร์ออโต้ของท่านร้อน และเกิดการสึกหรอเสียหายตามมา
และด้วยสาเหตุนี้เองเวลารถที่ใช้เกียร์ออโต้เสียและจำเป็นต้องลากไปอู่จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเติมน้ำมันเกียร์เพิ่มเข้าไปอีก เพื่อช่วยลดความร้อนของเกียร์ขณะที่ทำการลากจูง หรือถ้าหาน้ำมันเกียร์มาเติมไม่ได้ ควรยกให้ล้อที่ใช้ขับเคลื่อนให้ลอยพ้นพื้นถนนเนื่องจากระบบปั้มน้ำมันเพาว์เวอร์ของระบบเกียร์อัตโนมัติหยุดทำงาน ไม่แนะนำให้ถอดเพลาสำหรับรถขับเคลื่อนล้อหลังเพระยุ่งยากและเสียเวลามากครับ

ปัจจุบันนี้มีรถยก6ล้อแบบสไลด์ออนสามารถนำรถทั้งคันขึ้นไปไว้บนกระบะหลัง สะดวกสบายและปลอดภัยต่อเกียร์อัตโนมัติและรถยนต์ราคาแพงของท่านครับ


5) ไม่ควรขับลากเกียร์ โดยทั่วไปการขับรถยนต์เกียร์อัตโนมัติ ตำแหน่งเกียร์จะอยู่ที่ (D) ระบบสมองกลที่ควบคุมเกียร์จะทำการสั่งงานให้ปรับเปลี่ยนเกียรให้ขึ้นลงตามความเหมาะสมและความเร็วของรถอยู่ตลอดเวลา บางท่านรู้มากใช้วิธีเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์โดยการเลื่อนคันเกียร์ขึ้นลงเองในขณะที่รอบเครื่องทำงานสูงสุดเพียงเพื่อหวังผลทางด้านอัตราเร่งแต่จะมีผลทำให้ผ้าคลัทช์ และระบบทอกค์คอนเวอร์เตอร์เกิดการสึกหรอเสียหาย และทำให้มีอายุการใช้งานของเกียร์อัตโนมัติสั้นลง

6) ไม่ขับแบบเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำเอง(คิกดาวน์)บ่อยๆ การขับในตำแหน่ง (D)ระบบสมองกลควบคุมเกียร์จะทำการคำนวนค่าของแรงต่างๆและปรับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ตามความเร็วของรถในขณะนั้นตลอดเวลาอยู่แล้ว การกดคันเร่งเพื่อเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำหรือที่เรียกว่าคิกดาวน์ ไม่ควรทำบ่อยครั้ง หรือทำเท่าที่จำเป็นในการเร่งแซงให้พ้นเท่านั้น ถ้าท่านทำบ่อยๆ ผ้าคลัทช์ของเกียร์จะทำงานหนักและสึกหรอเร็วมากขึ้นครับ

7) ควรมีสายพ่วงแบตตารี่ติดท้ายรถไว้ตลอดเวลา เนื่องจากรถยนต์เกียร์อัตโนมัติไม่สามารถเข็นด้วยความเร็วต่ำแล้วกระตุกสตารท์ให้ติดเครื่องยนต์ได้เหมือนรถยนต์เกียร์ธรรมดา การเข็นรถเกียร์อัตโนมัติแล้วใช้วิธีกระตุกสตารท์ ต้องใช้ความเร็วอย่างน้อย 20กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเข็นด้วยแรงคนเป็นไปได้ยาก และยังเสี่ยงกับความเสียหายต่อเกียร์ในขณะที่ทำการเข็นหรือลากอีกด้วย ควรตรวจสอบแบตตารี่ให้มีไฟพอเพียงต่อการสตารท์ทุกครั้งครับ

8) น้ำมันเกียร์อัตโนมัติหัวใจของการหล่อลื่นและยืดอายุการใช้งานของเกียร์รถท่านให้ยาวนาน จึงควรเอาใจใส่ตรวจสอบบ่อยๆ การตรวจเช็คระดับน้ำมันเกียร์ให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่าขีดที่ก้านวัดกำหนดหมั่นเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามระยะทางทีแนะนำ ไม่มีเกียร์อัตโนมัติใดไม่ต้องการการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตลอดอายุการใช้งานของรถตามที่มีหลายๆบริษัทผู้ผลิตรถยนต์โฆษณาชวนเชื่อให้รถยนต์ของตนดูทนทานและแข็งแรงตามความเป็นจริงจากสภาพการจราจร อุณภูมิ และสภาพการขับขี่ เกียร์อัตโนมัติทุกยี่ห้อยังต้องการการดูแลแปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามระยะทางที่ใช้ครับ

9) ตำแหน่งในเกียร์อัตโมติ
P)PARKING-เป็นตำแหน่งเกียร์ที่ใช้จอดในลักษณะเป็นที่เป็นทางไม่จอดขวางทางรถคันอื่นแล้วใส่ตำแหน่งเกียร์นี้ไว้หรือจอดในทางที่มีลักษณะลาดชัน และใช้ในตำแหน่งสตารท์เครื่องยนต์

R) REVERSE-เป็นตำแหน่งเกียร์ถอยหลัง เหยียบเบรคทุกครั้งที่จะเข้าเกียร์ในตำแหน่งนี้

N) NEUTRAL-เป็นตำแหน่งเกียร์ว่าง ใช้ในการตัดกำลังของเครื่องยนต์ที่ส่งลงมาสู่เกียร์ และใช้เป็นตำแหน่งสตารท์เครื่องยนต์

D) DRIVE-เป็นตำแหน่งเกียร์เดินหน้าและใช้ในการขับขี่ตามปกติ โดยตำแหน่งเกียร์จะปรับเปลี่ยนเองตามคำสั่งของสมองกลที่ควบคุม

S) เกียร์ในตำแหน่งนี้ มีเพียงเกียร์ 1 เท่านั้น ใช้สำหรับงานหนักที่ต้องการกำลัง หรือรถติดหล่ม หรือทางขึ้น-ลงเขา

เครดิต : http://j-b-t.blogspot.com/2009/06/blog-post_27.html

todsapron

ได้ความรู้มากครับผม แจ่ม ๆ

modifly

 emo24 ได้ความรู้เพิ่มจริงๆครับ

tasanai

ขอบคุณครับให้ความรู้มากมายเลย emo24 emo24 emo24

parada2029

เยี่ยมครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ แบบนี้ บางอย่างผมยังไม่รู้และปฏิบัติแบบผิดๆ อยู่เลย... emo5

lacrezong

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

FIRSTdano

  ขอบคุณครับ  ..... แต่อยากทราบว่าเป็นวิธีขับเกียร์ cvt หรือเกียร์ออโต้ทั่วๆไป เคยอ่านบางท่านบอกว่าถ้าคิกดาวน์บ่อยๆ จะทำให้สายพานเกียร์ทำงานหนักและจะเสียเร็ว

ajchaporn

 ถ้าผมจะให้ Definition ของตำแหน่งเกียร์ "S" ว่า SPORT MODE ตามลักษณะ
การทำงานของมัน ไม่ทราบว่าจะมีคนเห็นด้วยหรือไม่ โดยปกติแต่ละยี่ห้อรถ จะทำ
งานแตกต่างกันออกไป เช่น ของ Mercides Benz  "S"  ของเขาคือ STANDARD

Nongmoo


ถ้าผมจะให้ Definition ของตำแหน่งเกียร์ "S" ว่า SPORT MODE ตามลักษณะ
การทำงานของมัน ไม่ทราบว่าจะมีคนเห็นด้วยหรือไม่ โดยปกติแต่ละยี่ห้อรถ จะทำ
งานแตกต่างกันออกไป เช่น ของ Mercides Benz  "S"  ของเขาคือ STANDARD

ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าใช่ sport mode นะ เพราะ s ในมิราจ ใช้ในการขึ้น-ลงเขา หรือใช้เมื่อต้องการกำลังในทางชัน ส่วน sport mode จะใช้ในเวลาที่ต้องการอัตราเร่งที่มากกว่าปรกติ ในมิราจถ้าเราขับ ๆ อยู่ แล้วอยากเร่งเพื่อต้องการแซงแล้วไปดึงมา S รับรองได้เลยว่าเกียร์เราพังเร็วแน่นอน มันเหมือนเราขับเกียร์ 5 ในเกียร์ธรรมดาอยู่ดี ๆ มาเข้าเกียร์ 1-2 อะไรประมาณนี้อะจ้า

ลิงอ้วน ลิงอ้วน

ขอบคุณสำหรับข้อมูลคับ   emo24  emo24

ajchaporn



ถ้าผมจะให้ Definition ของตำแหน่งเกียร์ "S" ว่า SPORT MODE ตามลักษณะ
การทำงานของมัน ไม่ทราบว่าจะมีคนเห็นด้วยหรือไม่ โดยปกติแต่ละยี่ห้อรถ จะทำ
งานแตกต่างกันออกไป เช่น ของ Mercides Benz  "S"  ของเขาคือ STANDARD

ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าใช่ sport mode นะ เพราะ s ในมิราจ ใช้ในการขึ้น-ลงเขา หรือใช้เมื่อต้องการกำลังในทางชัน ส่วน sport mode จะใช้ในเวลาที่ต้องการอัตราเร่งที่มากกว่าปรกติ ในมิราจถ้าเราขับ ๆ อยู่ แล้วอยากเร่งเพื่อต้องการแซงแล้วไปดึงมา S รับรองได้เลยว่าเกียร์เราพังเร็วแน่นอน มันเหมือนเราขับเกียร์ 5 ในเกียร์ธรรมดาอยู่ดี ๆ มาเข้าเกียร์ 1-2 อะไรประมาณนี้อะจ้า
ปัจจุบัน และต่อไปนับวันรถจะมีอุปกรณ์อำนวยความสดวก /ออพชั่น/อีเลคโทรนิคต่างๆเข้ามาเสริม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจ โดยอาศัยสมุด
รับบริการและคู่มือฯที่เขาให้มาก่อนบ้าง และค่อยๆทำความคุ้นเคย อย่าง S ของ
มิราจ ตำแหน่งนี้ใช้เมื่อจำเป็น เน้น จำเป็น ต้องเบรคเครื่องยนต์ที่มีความเร็วสูงหรือการขับขึ้นเขาที่สูงชัน รวมทั้งที่ความเร็วต่ำเมื่อลงเขาหรือทางลาดชัน แต่ถ้าขับในลักษณะที่ต้องการแซงแล้วดึงมา S  หรือ อยู๋ในความเร็วสูงๆผลักจากD มา S ความ
เสียหายที่เกิดขึ้นจะไปโทษผู้ผลิตเขาไม่ได้   เพราะเกิดจากผู้ใช้รถเอง อยากจะบอก
ว่าก็สมควรพังแล้ว

oum^014^

ขอบคุณคะ  emo66
top ขาว  เจียงอุดร^^

เขาบอกว่าผม"เพี๊ยน"

 emo66ต้องเรียกว่า วิธีที่ถนอม  เกียร

iconc

ขอบคุณข้อมูลดีๆคับ เอาไปเลย 1 Like  emo66