ทริป ปาย-ดอยอ่างขาง-ดอยแม่สลอง-ดอยแม่ฟ้าหลวง-แม่สาย-วัดร่องขุ่น-ภูชี้ฟ้า-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

เริ่มโดย mira, 26ก.พ.2013, 20:37:30

« หน้าที่แล้ว - ต่อไป »

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Reddy

พูดได้คำเดียวว่า อิจฉา
ได้ไปเที่ยวไกลๆ กับรถสวยๆ แบบนี้  emo71

You are in control of your destiny only you can make your dreams come true

mira

#29
28ก.พ.2013, 18:16:52 Last Edit: 01มี.ค.2013, 15:28:19 by mira

ขอบคุณข้อมูลค่ะ ตั้งใจว่าจะขับรถไปแม่ฮ่องสอนเหมือนกัน
แต่คงต้องใช้เจ้าปาดำแทนน้องมิราจ เพราะว่าจะไปกัน 3-4 คน
สงสารน้องมิราจจะไม่ไหว อยู่ปาเจโรคลับเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ค่อยได้เข้าไป join อิอิ emo2


ถ้า3-4คน ควรเอาปาเจโรไป ถูกแล้วครับ
ความจริงทริปนี้ ผมก็ลังเลอยู่พอสมควรว่าจะเอาคันไหนไป แต่ใจอยากลองประสิทธภาพ eco carน้องมิราจมากกว่า งานนี้น้องปาเจโรเลยอดเที่ยว   คิวปาเจโร อาจจะเป็นเดือนเมษา ลงใต้ครับ ไม่รู้จะโดนน้องมิราจแย่งซีนอีกหรือเปล่า

แต่เท่าที่ผมคำนวนค่าน้ำมันตลอดทริปเทียบกัน น้องมิราจจะประหยัดกว่าร่วมๆ 3พัน อยากรู้ว่า ทริปนี้น้องมิราจกินกี่กิโลลิตร ติดตามกันต่อไปครับ จะสรุปให้ตอนท้าย บอกก่อนว่า Amazingมาก

ไปต่อครับ
วิ่งเลยจุดชมวิวมา ก็มาเจอทางขึ้นดอยระยะทางประมาณ7-8กม.


ดูทางแล้วมองจอเนวิเกเตอร์แล้ว ทางข้างหน้า จะไหวป่าวเนี่ย(หมายถึงคนขับนะ)


ลุยๆไปได้เรื่อยๆ  กำลังรถเหลือเฟือ


ระหว่างทางเจอม้าภูเขาด้วย


มาถึงเสียที ผมพักที่ 1คืน บ้านพักอุทยานครับ อันนี้บริเวณ ตลาดปากทางเข้าอุทยาน


อ๊อฟฟิตอุทยาน


เนินจุดถ่ายภาพที่ระลึก


หน้าอาคารรับรอง Front office



หน้าอาคารรับรอง จะจัดเป็นสวนอาหารไปในตัว ฝั่งตรงข้ามเป็นสวน 80 (สวนดอกไม้)

มุมด้านข้างเป็นร้านขายกาแฟ มีโปสการ์ดขาย พร้อมตู้ไปรษณีย์ เผื่อจะส่งให้ตัวเอง หรือให้ใครได้ทั่วประเทศ


ป้ายบันทึกอุณหภูมิหน้าอาคาร เย็นเท่าไหร่ก็ดูเอา


โผ๊ะ เอาดอกม้าย มะฝาก







หลังเช็คอินก็เข้าที่พัก





sony

ปูเสื่อรอชมต่อครับ

mira

#31
28ก.พ.2013, 23:08:00 Last Edit: 17มี.ค.2013, 20:32:41 by mira
เอาของเข้าที่พักเสร็จยังมีเวลาเหลือเพราะเพิ่งจะ 5โมงเย็น
ออกทัวร์รอบๆ อุทยานและหมู่บ้านด้านนอก

ในความเห็นของผม ดอยอ่างขางไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อชมวิวสวยๆเพราะมีมุมจุดชมวิวอยู่ด้านบน(ขอบอ่าง)หลักๆอยู่จุดเดียว


อุทยานเป็นพื้นที่ราบที่อยู่ในหุบเขาล้อมรอบเหมือนอ่าง 
ตอนขับมาถึงในตอนแรก ผมขับไต่เขาขึ้นไปถึงจุดสูงด้านบน ก็นึกว่าที่พักจะอยู่ด้านบน พอขับไปตามป้าย ก็งงว่าไหงมันต้องขับลงเขาเข้าไปในหุบด้านล่างอีกทีจึงจะถึงที่พัก

ที่นี่มีอากาศเย็นตลอดปี ดังนั้น ไม่ต้องไปถามหา ตู้เย็นในห้องพัก
เพราะน้ำจากก๊อกก็เย็นขนาดน้ำดื่มที่เราแช่ในตู้เย็น

ดังนั้นน้ำอาบที่นี้จะต่อก๊อกเข้าเครื่องทำน้ำอุ่นตรงๆ ไม่ต้องมาผสมก๊อกน้ำเย็นข้างนอกก่อนอาบ  ตอนอาบน้ำนี่ ขนาดผมบิดไป ที่สูงสุด (High)ยังอุ่นเลยครับ


จุดเด่นของการมาเที่ยวที่นี่จึงเน้น เรื่องมาสัมผัส ภูมิอากาศที่หนาว และการชมดอกไม้ และบรรดาพืชพรรณที่ทางโครงการหลวงปลูกไว้ เช่น สตอเบอรี่ บ๊วย ผักเมืองหนาวต่างๆ

แปลงต้นบ๊วย



ลูกบ๊วยบนต้น


อันนี้ถ่ายไป ถ่ายมา บระ... ไม่นึกว่าจะเจอ เหม่ย เลิ่น อี่ (นางเงือก)  ตัวแม่ที่นี่  emo10



ฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นแปลงผักเมืองหนาว



จากนั้นวิ่งย้อนไปทางหน้าอุทยาน จะมีหลายๆแปลงให้เที่ยว
อย่างจุดนี้เป็นบริเวณแปลงดอกไม้ ข้างๆอาคารขายผลิตผลของโครงการ

สวนดอกไม้ลอยฟ้า มั้ง




จากนั้นไปเดินเที่ยวตลาดในหมู่บ้านด้านนอก
จะมีชาวเขาเอาสินค้ามาขายนักท่องเที่ยว

ตลาด





mira

#32
28ก.พ.2013, 23:24:59 Last Edit: 03มิ.ย.2013, 17:50:53 by mira
กลับจากตลาดก็ไปทานอาหารเย็น
เมนูหลักๆของที่นี่ก็มาจากแปลงการเกษตรนั่นเอง
สั่งไป5-6อย่าง เพิ่งจะมา 3อย่าง เนื่องจากนักท่องเที่ยวมากันหลายรถตู้


กับข้าวอีก 3อย่างมาทีหลัง เลยอืดๆ ดีที่มีผู้ช่วย มาช่วยกินไก่อุ๊(ไก่ผัดพริกไทย) และหมูสับในแกงจืดหม้อไฟ สบายไป

อิ่มแล้ว(ทานไม่หมด) สั่งเช็คบิลล์แล้วต้องขยี้ตา เพราะราคาอาหาร 4อย่าง+ชุดแกงจืดหม้อไฟ รวมน้ำดื่ม(โค๊ก+โพลาริส) แค่ 450บาทเท่านั้น

จบวันนี้ ต้องรีบนอนเพราะพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ โหดที่สุด เพราะน้องมิราจ จะต้องลงเขา-ขึ้นดอย อีก 2-3ที่

แผนที่วางไว้ เช้าขึ้นไปขอบอ่าง คือจุดชมวิวขอบด้ง แล้วกลับไปทานอาหารเช้าเสร็จ ลงดอยอ่างขาง-ไปดอยแม่สลอง -ไปดอยแม่ฟ้าหลวง -ไปตลาดแม่สาย -ไปวัดร่องขุ่น -ไปภูชี้ฟ้า(พัก1คืน)

mira

#33
01มี.ค.2013, 02:23:13 Last Edit: 01มี.ค.2013, 02:36:54 by mira
ตื่นแต่เช้า ไปจุดชมวิวขอบด้งก่อนอื่น วนขึ้นทางด้านอาคารรับรองทางค่อนข้างชัน และพื้นถนนไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่




ตรงจุดนี้เป็นลานจอดฮอ และเป็นจุดกางเต้นท์ด้วย เช้าๆจะมีชาวเขามาขายของ มีร้านขายโจ๊ก กาแฟ และของสำหรับใส่บาตรพระ ซึ่งท่านจะขี่ม้ามาบิณฑบาตร




เก็บภาพเสร็จ กลับไปทานอาหารเช้าเป็นบุ๊ฟเฟ่ มีเคาเตอร์สลัดผักสดกรอบอร่อยๆ ให้ด้วย


อิ่มก็เช็คเอ้าท์ออกเดินทางลงดอยต่อไป

mira

#34
01มี.ค.2013, 04:02:09 Last Edit: 12ก.ย.2014, 21:36:28 by mira
เส้นทางวันนี้เป็นวันที่โหดที่สุดของน้องมิราจในทริป4วัน ออกจากดอยอ่างขาง(ลงทางอ.ไชปราการไปฝางออกทางสวนส้มธนาทร)-ไปขึ้นดอยแม่สลอง-ขึ้นดอยแม่ฟ้าหลวง-ตรงดิ่งไปตลาดแม่สาย-ล่องกลับฝ่ารถติดในเชียงรายไปวัดร่องขุ่น-ขึ้นภูชี้ฟ้า จะไหวมะเนี่ย(คนขับ)  emo1


ทำใจว่าไปถึงภูชี้ฟ้าก็คงจะ 3-4ทุ่ม เพราะเริ่มออกเดินทางลงจากดอยอ่างขางก็เกือบแปดโมงครึ่งไปแล้ว วันนี้น้องมิราจจัดเต็ม

ก่อนเดินทางต่อ จะอธิบายเรื่องการขับรถขึ้นเขา-ลงเขากับรถเกียรAuto ให้ฟังสักหน่อยสำหรับท่านที่ยังไม่เคยขับทางขึ้นเขา
สำหรับรถ Auto ส่วนใหญ่เขาจะให้เกียรต่ำซึ่งเป็นเกียรที่มีอัตราทดกำลังสูงสุดมาให้ทุกคัน  สำหรับไต่ทางชันๆ บางยี่ห้ออาจมีมาให้ 2สเตป เช่น L1,L2 หรือ L1,D1 สำหรับรถเล็กๆแบบมิราจให้มาสเตปเดียวคือ S ก็เพียงพอครับ

ทีนี้ว่าด้วยการขับขึ้นเขา (สำหรับเขาที่ชันๆแนะนำให้ปิดแอร์วิ่งเพื่อลดภาระเครื่อง เปิดหน้าต่างรับลมภูเขาเย็นสบาย)


จากรูป เป็นการใช้วิธีขับเชนเกียรแบบเกียรธรรมดา
เมื่อเราขับเกียร D มาจนถึงเนินชันก่อนเลี้ยวขึ้นโค้งไป ให้ผลักไปที่ S (เชนเกียรต่ำ)กดคันเร่งเลี้ยงรอบระหว่าง 3พันไม่เกิน 4พันรอบซึ่งเป็นช่วงที่มีแรงบิดสูงสุดสำหรับ มิราจ รถจะมีแรงฉุดขึ้นไปได้เรื่อยๆ จนวิ่งเลยหลังโค้งแรกไป ให้ผลักกลับไปที่ D รอบเครื่องก็จะมีกำลังส่งต่อขึ้นไปจนถึงโค้งถัดไป ก็ทำแบบเดียวกันคือเชนลงที่ S แล้ววิ่งต่อขึ้นไปแล้วผลักกลับไปที่ D ตำแหน่งที่จะผลัก D ก็ดูจากความชันของเนิน และความเร็วที่พอสมควร ถ้ารถยังไม่เร็วพอก็ลาก S ขึ้นไปอีกหน่อยก็ได้  ลองไปฝึกดูแล้วจะรู้จังหวะเองครับ

สำหรับตำแหน่งเกียร S ของCVT


ดูจากสเปกมิราจ
POWER57(76) KW(hp) @ 6000 RPM
หมายถึงกำลังแรงม้าสูงสุด 76แรงม้าที่ 6000รอบ
TORQUE74 lb-ft @ 4000 RPM OR 100 Nm @ 4000 RPM
หมายถึงแรงบิทสูงสุด 100นิวตันเมตรที่ 4000รอบ

เมื่อเราเข้าเกียร S พูเล่สายพานCVT จะล๊อคที่ตำแหน่งอัตราทดสูงสุดไว้ คือด้านต้นกำลัง(ฝั่งเครื่องยนต์) จะลดวงพูเล่ลงเล็กสุด ด้านขับเคลื่อน(ฝั่งล้อ) พูเล่จะขยายวงใหญ่สุด ค้างไว้ทำให้มีอัตราทดสูงเกิดแรงบิดขับเคลื่อนสูงสุดด้วย  ขณะที่ขับขึันเขา ไม่ควรเร่งรอบเกิน 4พันรอบ ถ้าเกินนี้และแช่นานเกินไป ชุดทอร์คคอนเวอเตอร์ที่คั่นระหว่างเครื่องกับพูเล่ต้นกำลังนั้น มันมีชุดแผ่นคลัชคั่นอยู่อาจใหม้ได้ครับ (เพราะแผ่นคลัชจะเริ่มหมุนฟรี)

ว่าด้วยเกียร S  อีกหน่อย เห็นหลายกระทู้ บอกว่าย่อมาจาก Speed  เอาไว้ผลักลงมาเวลาเร่งแซง  ความจริงมันย่อมาจาก Sport  หรือเป็นตำแหน่งของการเชนเกียรต่ำลงเพื่อให้มีแรงบิดมากกว่า สำหรับขึ้นทางชัน หรือเร่งแซง

อีกอันที่ต้องชมคือ ซ๊อฟแวร์ INVECS-III ใน ECUของมิราจ คือเมื่อเราวิ่งขึ้นเขาไปสักพัก มันก็จะจำลักษณะการขับของเรา และปรับคุณสมบัติการตอบสนองคันเร่งให้รอบมาไวขึ้นมากกว่าตอนที่เราวิ่งบนทางราบ กดคันเร่งแล้วรู้สึกเครื่องตอบสนองไวตามเท้าเลย แจ่มจริงๆ

เพิ่มเติมอีกหน่อย เรื่องการเร่งแซง(บนทางราบ)สำหรับเกียร์ CVTของมิราจ  เราไม่สามารถกดคิกดาวน์(กดจมมิด) แบบเกียรAutoทั่วไปได้ เพราะพูเลย์ปรับตามไม่ทัน ทำให้รถอืดอยู่พักนึงกว่าจะมีความเร็วเพิ่มขึ้นมา หลายๆคนเลยแนะนำให้ผลักไปที่ S เพื่อเพิ่มแรงบิดแซง แล้วค่อยผลักกลับมาที่ D

ทีนี้มาว่าต่อเรื่องการขับลงเขา

จากรูป ให้ใช้เกียร D ในการลงเขาถ้าเราลงมาแบบช้าๆใช้เกียร์ S ช่วย แต่ถ้าลงเร็วแทบไม่จำเป็นต้องใช้  ผมไม่ได้ใช้ S เลยใช้ D แล้วเลี้ยงแตะเบรค(II)ชลอความเร็วในช่วงก่อนเข้าโค้ง เมื่อออกจากโค้งก็ยกเบรคปล่อยไหลลงไป อาจเบรคเป็นช่วงๆ เพื่อไม่ใช้รถไหลเร็วเกินไป

ห้ามเบรคแช่ไปตลอดทางโดยเด็ดขาด เพราะขณะที่เรากดเบรค ผ้าเบรคจะแนบถูกับจานเบรค จนเกิดความร้อนสะสม และใหม้ได้ ที่สำคัญ เมื่อเบรคใหม้ผิวผ้าเบรคจะลื่นทำให้เบรคไม่อยู่ หรือจานเบรคอาจจะคดไปเลย  และเจ้าความร้อนสะสมนี้จะทำให้น้ำมันเบรคร้อนจนเดือด ทำให้แรงดันในระบบเฟด(ตก) จะเบรคไม่อยู่เอาครับอันตราย

การที่เรายกเบรคออกเป็นระยะๆ จะเกิดช่องว่างระหว่างผ้าเบรคกับจาน ทำให้มีอากาศไหลเข้าไประบายความร้อนออกมาเป็นระยะๆ ขับรถลงมาถึงพื้นราบรับรองไม่มีกลิ่นเบรคใหม้ให้ดมครับ

เพราะจานเบรคของน้องมิราจ เป็นจานทึบ ไม่มีรูระบายความร้อนในตัวแบบในรูป


ความจริงในมิราจ มีระบบตัวช่วยเบรค (เอนจิ้นเบรค)มาให้ด้วย โดยใต้พื้นรถ จะมีตัว G เซนเซอร์คอยวัดระดับความเอียงของตัวรถ ถ้าเอียงถึงจุดหนึ่ง ECU ก็จะสั่งให้ดึงกำลังเครื่องมาช่วยหน่วงในการเบรคชลอรถให้ แต่เท่าที่สังเกตุ ถ้าลงทางชันความเร็วเกิน 70ขึ้นไปจะไม่มีผลอะไร

ลองฝึกๆกันดูครับ รับรองขึ้นได้ทุกดอย ที่เป็นถนนดำ(ลาดยาง)

ทางขึ้น-ลงดอยอ่างขาง



ชันแค่ไหนก็ดูเอาครับ




แถมคลิป
[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=plpnarTJwF4[/youtube]
อีกเทคนิคการขับ คือการขับตัดไลน์(โค้ง) จะทำให้ช่วยลดแรงเหวี่ยง  รถจะไม่เสียความเร็วมาก  แต่ผมคงไม่แนะนำในที่นี้เพราะอัตรายครับถ้าไม่ชำนาญพอ 

กรรมกรใส่สูท

บรรยากาศน่าเที่ยวมากครับ ท่าทางยังไม่หายหนาว...

mira

#36
01มี.ค.2013, 04:13:45 Last Edit: 16เม.ย.2013, 15:20:31 by mira
ว่าต่ออีกนิดด้วยเรื่องแอร์เพิ่งนึกขึ้นได้ หลายๆคนอาจเคยเจอแล้ว
ตลอดการเดินทาง ผมตั้งอุณหภูมิที่ 26องศา เป็นแบบ Manual และควบคุมการปิด-เปิดช่องอากาศภายนอกด้วยตัวเอง เพราะถ้าไปตั้งโหมด Auto มันจะมีจังหวะเปิดตายตัว บางครั้งกำลังขับตามท้าย 10ล้อ มันอาจเจอจังหวะเปิดเอาอากาศพอดี ไอเสียควันดำเข้าเต็มๆ
จึงใช้วิธีควบคุมเอง

การขับรถทางไกลควรเปิดเอาอากาศภายนอกเข้ามาระบายอากาศเสียที่สะสมในรถออกไปเป็นระยะๆ ไม่เช่นนั้นยิ่งขับไปจะยิ่งง่วงนอน อาจหลับในได้

อีกอัน แอร์มิราจ ถ้าอากาศภายนอกเย็น มันจะเปิดฮีทเตอร์ให้แทน เป็นลมอุ่นๆออกมา เวลาวิ่งตอนเช้ามืดจะเจอฮีทเตอร์ทุกที
พอวิ่งสายๆหน่อยก็เป็นลมเย็นปรกติ แจ่มโน๊ะ  emo24

เสริมอีกนิด
สำหรับท่านที่เดินทางต่างจังหวัดบ่อยๆ ในถนนที่เป็น 2เลนสวนกันเราจะเจอ พวกรถ เทลเลอร์ วิ่งช้าอยู่ข้างหน้าบ่อยๆ คันใหญ่บังทัศนวิสัย จะแซงยากมาก
ถ้าเจอพวกมืออาชีพ เขาจะเปิดสัญญานไฟให้
ถ้าข้างหน้ามีรถสวนมา จะกระพริบไฟเลี้ยวขวาแจ้งว่าไม่ว่างห้ามแซง
ถ้าถนนว่างแซงได้ จะกระพริบไฟซ้าย บางคันอาจใช้วิธีวิ่งชิดไหล่ทางให้ถ้ามีไหล่ทางกว้างพอ เป็นอันรู้กันว่าแซงได้ เมื่อเราแซงขึ้นไปเสมอหน้ากัน กดแตรสักที สองที ปี๊นๆ ถือเป็นการขอบคุณ ถ้าเขาเป็นมืออาชีพก็จะกดตอบมา1ปิ๊น เป็นอันรู้กัน

อันนี้ต้องระวังบางครั้งการเปิดไฟกระพริบซ้ายเขาอาจจะรอเลี้ยวหรือชลอจอด ต้องสังเกตุเอา แต่ส่วนใหญ่ถ้าเขาจะเบรคหรือจอด จะกระพริบไปสลับซ้าย-ขวาก่อน

คือแม้เขาจะให้สัญญานไปว่าแซงได้ ก็ต้องระมัดระวังอยู่ดีครับ

อีกอันที่รู้ๆกัน ถ้ารถที่ขับสวนมา กระพริบไฟหน้าให้ แสดงว่า ข้างหน้าอาจมีอุบัติเหตุ หรือด่านตำรวจ ก็ควรขับระมัดระวังให้มากขึ้น

ขาลงดอยอ่างขาง เจอรถตู้กระพริบไฟให้ พอขับลงมาอีก 2โค้ง เจอรถปิ๊กอั๊พจอดเสียคากลางโค้งเลย พอเราขับเลยจุดนี้ลงมาพบรถคันอื่นวิ่งสวนขึ้นไป โดยมารยาทก็ต้องกระพริบไฟแจ้งเตือนเขาด้วยเช่นกัน

aad.mirage

 emo71 รูปสวยมากครับ  เห็นแล้วอยากจะไปเที่ยว

mira

#38
01มี.ค.2013, 05:16:23 Last Edit: 02มี.ค.2013, 06:34:25 by mira
ขอบคุณครับ

ไปกันต่อ ขับไหลลงมาเรื่องๆจนถึงปากทางอ.ไชยปราการ
ได้ภาพน่ารักๆ มาฝากครับ
คือเจอฝูงลูกเป็ด กำลังถูกต้อนไปเข้าเล้าพอดี เลยทักทายด้วยเสียงกระดิ่ง แล้วตามด้วยเสียงชัตเตอร์จากเจ้ ไป 2 แช๊ะ
[youtube]http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=NZn34T0DQXQ[/youtube]

ผลก็คือ ลูกเป็ดหันมามองเป็นแถบนึกว่ารถไอติมมั้ง emo34


ioR_Xp

แจ่มมากคับ ผมขึ้นไปภูทับเบิกมาแล้ว เขียงใหม่ ปาย ดอยอ่างข่างนี่
ไม่พลาดแน่นอน บนเขาสวยมากคับ  emo24


Review BlueBoy bit.ly/VLVtf7
BlueBoy with Zercon Z1 bit.ly/R2baCb

mira

#40
01มี.ค.2013, 17:33:24 Last Edit: 16เม.ย.2013, 15:23:30 by mira
สรุป ถ้ามาจากทางเชียงใหม่-ปาย แนะนำให้ขึ้นดอยอ่างขางทางบ.อรุโณทัย จะเจอช่วงขึ้นเขาชันๆระยะสั้นกว่าขึ้นทางชัยปราการครับซึ่งวิวทาง บ.อรุโณทัยสวยกว่ามาก

ออกจากชัยปราการ ก็เหลือน้ำมัน 3 ขีด(จากที่วิ่งเต็มถังจากเชียงใหม่-ปาย-ดอยอ่างขาง)ประหยัดมากจริงๆ ตั้งใจจะวิ่งไปเติมที่ฝาง ปรากฏว่าไปถึงวนหาอยุ่ 2-3ปั้ม โชคดี E20หมดทุกปั้ม เลยจำใจเติมโซฮอล 91ไป 500กะพอวิ่งไปหาเติมที่เชียงราย
ออกจากฝางก็เลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทางอ.แม่จัน ซึ่งมีดอยแม่สลองเป็นทางผ่าน


ระหว่างทางเจอป้ายร้านกาแฟเล่าต๋า เชิญชวนชิมตลอดทางเกือบ 5กม. จึงต้องแวะชิม เลี้ยวเข้าไปก็เจอป้ายนี้


ทราบมาว่า เป็นกาแฟที่ปลูกเองคั่วปรุงเอง รสชาดดีมากครับ
แถมลูกสาวในรูปหน้าป้ายหน้าร้านดูยังเด็ก แต่พอเจอตัวจริงในร้าน งามแต้ๆเนอะ


ในร้านมีมุมให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก  ด้านขวาเป็นเคาเตอร์ชงกาแฟ ที่คุณลูกสาวท่านมาชงเองเลย แต่ทำไมรูปเอียวหว่า


ออกเดินทางต่อมุ่งสู่ดอยแม่สลอง


วิ่งสักพักก็เจอทางซ้ายขึ้นสู่ดอยแม่สลอง ตอนแรกว่าจะไม่ขึ้นกลัวจะไปหลายๆที่ไม่ทัน สุดท้ายก็ไหนๆมาแล้วก็ขึ้นไปดูซะหน่อย น้องมิราจบอกว่าไหว สบายมาก


ทางขึ้นดอยแม่สลองไม่ชันมาก แต่เป็นทางขึ้นๆลงๆข้ามเขาอยู่หลายช่วง มีวิวมุมสูงสวยๆหลายจุดครับ


ขึ้นมาถึงแล้วดอยแม่สลอง เทรนจากนางแบบวันนี้ เน้นสีเขียว  เจ้รักษ์โลกคร้า
emo60


ระยะทางห่างจากบางกอก ตามรูป


บริเวณตลาด เจริญเนอะ  ที่นี่จะมีที่เที่ยวอยู่หลายจุด เช่นสุสานนายพลต่วน ไร่ชา101 วัดสันติคีรี แต่ผมไม่มีเวลาพอ จึงจบที่บริเวณตลาดแม่สลองครับ



อันนี้อาหารรองท้องก่อนเที่ยง สีสันน่าสนใจ รสชาดถ้าเทียบกับบางกอก ต้องปรุงเพิ่ม แต่ก็ฟาดไป4ลูก emo20


วิ่งย้อนกลับลงทางเดิมไปทางแม่จันเข้าถนนพหลโยธิน(สาย1)มุ่งหน้าดอยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นเส้นทางที่เจ้าถิ่นแนะนำว่าอ้อมแต่สะดวกและเร็วกว่าอีกทาง

ขาลงเขา



ออกพหลโยธินได้ก็เที่ยงกว่า แวะร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดเจ้าดัง ทานพออิ่ม ขับตอนบ่ายจะได้ไม่ง่วงง่าย



mira

#41
01มี.ค.2013, 19:57:06 Last Edit: 03มิ.ย.2013, 17:47:39 by mira
อิ่มแล้วออกเดินทางต่ออีก 20นาทีก็ถึงทางขึ้นดอยแม่ฟ้าหลวง ปัจจุบันทางขึ้นมา 2 สายเก่าและใหม่ ผมขึ้นทางใหม่เพราะถนนกว้างไม่ชันมาก



ถึงด้านหน้า มีซุ้มและตลาดขายของที่ระลึกเยอะแยะครับ




ดอยแม่ฟ้าหลวงจะเด่นเรื่องการจัดสวนดอกไม้ ในแต่ละสวนจะมีรายละเอียดแตกต่างกันไป ลัดเลาะตามไหล่เขา ต้องใช้เวลา 2-3ชมจึงจะเก็บภาพได้หมด




ขาลงแวะเก็บภาพที่จุดชมวิวเพิ่มเติม