สินเชื่อรถยนต์ ให้ยอดสุง 120% รถผ่อนอยู่ก็ทำได้

เริ่มโดย d-credit, 31ก.ค.2013, 17:58:23

« หน้าที่แล้ว - ต่อไป »

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ลงล่าง

d-credit

    ฉะนั้น ... ช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้จึงเรียกได้ว่าเป็น "นาทีทอง"
ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง แต่อยากจะฝากย้ำว่า ท่ามกลางสิ่งยั่วตาล่อใจใน
โปรโมชั่นแล้ว ก็อย่าลืมลงลึกในรายละเอียดเงื่อนไข อย่าให้อะไรมาบังตา
เหมือนคำว่า"Sale" ของสินค้าในห้างฯ (เหมือนเสื้อผ้าที่ซื้อมา แต่ไม่ได้ใส่
แต่ที่ซื้อไว้เพราะลดราคา)
   ถ้าใครสนใจจะซื้อรถยนต์แล้วละก็ ผมฟันธงเลยว่า นาทีนี้เป็นโอกาสของผู้
บริโภคจริงๆ ยิ่งกว่าโครงการรถยนต์คันแรกเสียอีก ... แต่อย่างไรก็ต้องอย่า
ลืมดูความพร้อม ความสามารถทางการเงินของตนเองด้วยแล้วกัน จะได้ไม่
เกิดหนี้เสียส่งผลกระทบในอนาคต
   โดยเฉพาะในงานส่งท้ายปลายปีอย่าง มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 30
(มอเตอร์เอ็กซ์โป) ที่จะเป็นแหล่งรวมโปรโมชั่นที่ฮอตสุดจากการส่ง "ไม้ตาย
ทีเด็ด" ปั้นตัวเลขยอดจำหน่ายโกยยอดขายให้ได้มากที่สุด จึงเป็นที่น่า
จับตามองอย่างยิ่ง
   ชั่งน้ำหนักความเหมาะสมให้ดี จะได้ไม่เป็นเจ้าของรถที่หนักใจแบกภาระ
หนี้ด้วยความทุกข์ที่เกิดขึ้นจาก "กระแส" ของสงคราม "โปรโมชั่น"

d-credit

คาดปีนี้ยอดผลิตรถยนต์พลาดเป้า5หมื่นคัน

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ประเมินปีนี้มียอดผลิตรถยนต์ 2.5 ล้านคัน ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5 หมื่นคัน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยาน
ยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า
ยอดผลิตรถยนต์ ยอดขายในประเทศ และยอดส่งออกเดือนตุลาคม
ลดลงทั้งหมด โดยมีการผลิตนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์
รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่ง
ประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดผลิตรถยนต์ ยอดขายในประเทศ
และยอดส่งออกเดือนตุลาคม ลดลงทั้งหมด โดยมีการผลิตทั้งหมด

สำหรับตัวเลขการผลิตล่าสุด 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) อยู่ที่ 2,115,375 คัน
คาดว่า ถึงสิ้นปีการผลิตคงจะได้ระดับ 2,510,000 คัน
แต่คงไม่ถึงเป้าหมายที่ 2,550,000 คัน โดยต้องรอดูยอดจองในงานมอเตอร์โชว์ในเดือนธันวาคมนี้ก่อน
ด้วยว่าจะคึกคักมากน้อยเพียงใด ซึ่งยอดผลิตที่ต่ำกว่าเป้าหมายเกิดจาก
ทั้งยอดขายในประเทศและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว

d-credit

  "รถยนต์ที่เริ่มมีการผลิตและยอดขายในประเทศที่ลดต่ำขณะนี้
ถือว่าเป็นการปรับสู่ภาวะปกติ หลังจากหมดโครงการรถคันแรก
โดยโครงการรถคันแรก 1,250,000 คัน ล่าสุดยังมีรถค้างการส่งมอบทั้งสิ้น
132,000 คัน ซึ่งผู้ที่ยังไม่ได้บอกยกเลิกใบจอง กรมสรรพสามิตจะยังให้
ถือว่ามีสิทธิอยู่ ซึ่งประเมินว่าที่สุดโครงการรถคันแรกน่าจะมีการทิ้งใบจอง
ประมาณ 100,000 คัน" นายสุรพงษ์กล่าว

  สำหรับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนตุลาคมมีทั้งสิ้น 88,989 คัน
ลดลงจากเดือนกันยายน 6.26% และลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
37.7% เนื่องจากการส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าโครงการรถยนต์คันแรกเกือบ
หมดแล้ว ประกอบกับลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อเพื่อรอซื้อรถยนต์ในงาน
มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 30 ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการ
ส่งเสริมการขายที่มากกว่า และตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2556
รถยนต์มียอดขายในประเทศ 1,123,263 คัน ลดลงจาก
ช่วงเดียวกันปีก่อน 1.8%

d-credit

  ส่วนการส่งออกรถยนต์เดือนตุลาคมได้ 96,864 คัน
ลดลงจากเดือนกันยายน 2556 ประมาณ 18.09%
และลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.44% มีมูลค่าการส่งออก 43,333.77 ล้าน
บาท รวมการส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม-ตุลาคม 2556จำนวน 944,205 คัน
คิดเป็น 99.7% ของยอดการผลิตเพื่อการส่งออก
โดยคิดเป็นมูลค่า 427,004.39 ล้านบาท

d-credit

ลุยต่ออีโคคาร์2รับสิทธิถึงมี.ค

อุตฯ เผย อีโคคาร์ 2 ยังเดินหน้า นักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมได้ถึงสิ้น มี.ค.
2557 แต่รอบอร์ดใหม่อนุมัติ
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า
โครงการส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) รุ่นที่ 2 ยังคงเดินหน้าต่อ ไม่ได้รับผลกระทบจากการยุบสภาของรัฐบาล
เนื่องจากเป็นนโยบายที่ผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
(บีโอไอ) ไปแล้ว
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนได้จนถึง 31 มี.ค.
2557 ซึ่งเท่ากับยังมีเวลาพิจารณาปัจจัยต่างๆอีกหลายเดือน
ซึ่งเชื่อว่าค่ายรถต่างๆ ยังสนใจลงทุนในไทย เพราะไทยมีจุดแข็งหลายด้าน
ทั้งภูมิศาสตร์ การขนส่ง และคุณภาพของคน ซึ่งได้เปรียบหลายประเทศ

d-credit

อย่างไรก็ตาม หลังยื่นขอรับส่งเสริมเข้ามาแล้ว ผู้ที่อนุมัติการลงทุนใ
ห้ผู้ประกอบการแต่ละรายก็ยังต้องเป็นบอร์ดบีโอไอ
เพราะตามเกณฑ์แล้วหากเป็นการลงทุนที่มากกว่า 200 ล้านบาท
จะต้องมีการนำเข้าให้บอร์ดอนุมัติ ซึ่งหมายถึงต้องรอ
หลังการเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้มีรัฐบาลใหม่มาทำหน้าที่แต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อีโคคาร์รุ่นที่ 2 เป็นโครงการที่กระทรวงอุตสาหกรรม
คาดหวังว่าจะเข้ามากระตุ้นให้การผลิตรถยนต์
ของไทยขึ้นไปอยู่ที่ 3.4 ล้านคันในปี 2560
โดยคาดว่าจะเริ่มมีการผลิตเร็วที่สุดคือ ปี 2559 และอย่างช้าปี 2562

d-credit

ผลวิจัยพบรถยนต์ใหม่เสน่ห์ลดลง

ผลวิจัย ชี้เสน่ห์ของรถยนต์ใหม่ในประเทศไทยลดลง ผิดหวังเครื่องเสียง, ความบันเทิง, ระบบนำทาง
รายงานข่าวจาก เจ.ดี.พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก เผยผลการศึกษาวิจัย
สมรรถนะ ระบบปฏิบัติการ และการออกแบบรูปลักษณ์ของรถยนต์ใน
ประเทศไทย ประจำปี 2556 ซึ่งได้จากการประเมินคำตอบของเจ้าของรถ
ใหม่จำนวน 5,013 ราย ที่ซื้อรถในช่วงเดือนตุลาคม 2555 ถึงเดือน
มิถุนายน 2556 ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล, รถกระบะ และรถยนต์
อเนกประสงค์ จำนวนทั้งสิ้น 78 รุ่น จากทั้งหมด 13 ยี่ห้อ ทำการเก็บ
รวบรวมข้อมูลภาคสนามในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนสิงหาคม 2556
โดย เจ.ดี.พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก (J.D. Power Asia Pacific 2013
Thailand  AutomotivePerformance, Execution and Layout
ประเทศไทยลดลงในปี 2556 โดยมีสาเหตุหลักจากความพึงพอใจที่มีต่อ
เครื่องเสียง, ความบันเทิง, ระบบนำทาง ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

d-credit

  โลอิค เปอ็อง ผู้จัดการอาวุโสของ เจ.ดี. พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก
กล่าวว่า ปัจจุบันเครื่องเสียง, ความบันเทิง, ระบบนำทางถือเป็น 1 ใน 3
ส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดของทุกกลุ่มรถยนต์ แม้ว่าภายนอกตัวรถยังคง
เป็นส่วนประกอบที่มีความสำคัญที่สุดต่อความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อ
รถยนต์ใหม่ในประเทศไทย เจ้าของรถยนต์ขนาดเล็กดูเหมือนจะยังรับไม่
ได้กับเรื่องคุณภาพของเสียง เช่น ลำโพงคู่หลัง และการขาดอุปกรณ์ที่ใช้
เชื่อมต่อกับเครื่องเสียงที่ใช้เล่นเพลงแทนกันได้ เช่นMP3, USB, iPod
และอื่นๆ ซึ่งเจ้าของรถยนต์ขนาดเล็กเหล่านีมี้ความคาดหวังว่าอุปกรณ์ต่าง
ๆ เหล่านี้ควรเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่มาพร้อมกับตัวรถ ไม่ว่ารถคันนั้นจะ
ราคาเท่าไหร่ก็ตาม

   ขณะที่การศึกษาดังกล่าวได้ทำการศึกษาจากรถทั้งหมด 78 รุ่น
ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ซึ่ง โตโยต้า ได้รับการจัดอันดับสูงสุด 5 รุ่น
ได้แก่ คัมรี ไฮบริด, โคโรล่า อัลติส, ฟอร์จูนเนอร์, ไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์
พรีรันเนอร์ สมาร์ทแค๊ป และ ไฮลักซ์วีโก้ แชมป์ เอส-แค๊ป
ด้าน ฮอนด้าได้รับการจัดอันดับสูงสุด 3 รุ่น บริโอ อเมซ, ซีวิค และ แจ๊ส ส่วน เชฟโรเลต แคปติวา, อีซูซุ ดีแม๊คซ์ ไฮแลนเดอร์ ดี แค๊ป, มิตซูบิชิ มิราจ และ ซูซูกิ สวิฟท์

ต่างก็ได้รับคะแนนสูงสุดในแต่ละกลุ่มรถยนต์นั้นๆ

d-credit

ไทยขึ้นท็อปเทนผู้ผลิตรถยนต์โลก

  ปี 2556 ไทยผลิตรถยนต์ 2.45 ล้านคัน สูงสุดในรอบ 52 ปี เป็นผู้ผลิตรถยนต์ติด 10 อันดับแรกของโลก
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษก
กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)
เปิดเผยว่า ทั้งปี 2556 เป็นปีที่ดีของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
โดยมีจำนวนรถที่ผลิตได้ทั้งสิ้น 2.45 ล้านคัน สูงสุดในรอบ 52 ปี
ส่งผลให้ไทยกลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์ติด 10 อันดับแรกของโลก
เพิ่มขึ้นจากปีก่อน  0.14% แบ่งเป็นการส่งออก 1.12 ล้านคัน
คิดเป็น 45.64% ของยอดการผลิตทั้งหมด และเป็นการจำหน่ายในประเทศ 1.33 ล้านคันหรือกว่า 54.36% ของยอดการผลิตทั้งหมด

"การชุมนุมทางการเมืองไม่กระทบยอดขายรถยนต์ เพราะยอดขายชะลอ
ตัวอยู่แล้ว หลังจากนโยบายรถยนต์คันแรกหมดลง
และกำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัว" นายสุรพงษ์ กล่าว

d-credit

อย่างไรก็ตาม ในเดือนธันวาคม ไทยมียอดผลิตรถยนต์ต่ำสุดในรอบ 20 เดือน
โดยมียอดผลิตรถยนต์ทั้งสิ้น 158,000 คันลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 28.22%
เนื่องจากไม่ต้องผลิตรถยนต์ในโครงการรถคันแรก และลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 13.09%
เนื่องจากมีวันทำงานน้อย

ขณะที่ ยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนธันวาคม รวม 108,688 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันปีก่อน 24.9%
เนื่องจากหมดรถยนต์คันแรกตลาดกลับคืนปกติ แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 16.26%
ยอดขายดีขึ้นจากงานมหกรรมยานยนต์ที่มียอดจอง 41,083 คัน

ส่วนการส่งออกรถยนต์ ส่งออกได้ 87,961 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.93%
แต่ลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 8.38 มีมูลค่าส่งออก 40,462.89 ล้านบาท

d-credit

ค่ายรถหวั่นการเมืองไทยฉุดอุตฯยานยนต์

วอลสตรีทเจอร์นัลชี้สถานการณ์ที่ไร้เสถียรภาพกำลังส่งสัญญาณอันตราย
เตือนอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย

หนังสือพิมพ์วอลสตรี เจอร์นัล รายงานว่าการชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้นใน
ไทย ซึ่งทำให้ประเทศขาดเสถียรภาพความมั่นคงนี้ทำให้อุตสาหกรรม
ยานยนต์ไทย หนึ่งในหัวใจหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศตกอยู่
ในอันตราย
ไดยได้รวบรวมความเห็นจากบริษัทยานยนต์ชั้นนำข้ามชาติต่างๆ

ทั้งนี้ เมื่อต้นสัปดาห์ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จาก
ญี่ปุ่น และเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญที่สุดของ
ไทย โดยผลิตรถยนต์ได้ 8.43 คันในปี 2013 ระบุชัดว่าอาจทบทวน
พิจารณาแผนการลงทุนมูลค่าสูงถึง 2 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายโรงงานใน
ไทย หากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองยังคงยืดเยื้อ

d-credit

   ด้านสำนักงานสาขาค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นอย่างมาซด้า มอเตอร์ คอร์ป
ยอมรับว่า ความไม่สงบทางการเมืองไทยเริ่มส่ง

ผลกระทบต่อการส่งสินค้าให้กับตัวแทนจำหน่าย ขณะที่ นิสสัน มอเตอร์
กล่าวว่า ยอดขายรถยนต์ของตัวแทนจำหน่ายในกรุงเทพฯ
ซึ่งมีสัดส่วนถึง 40% ของยอดขายทั้งหมดของนิสสันประเทศไทย
น่าจะได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองไทย

"เราพบว่ามีผู้มาเยี่ยมชมโชว์รูมของเราน้อยลง ขณะที่ลูกค้าของโตโยต้าเองก็ไม่มีกะใจจะซื้อรถท่ามกลางความไม่สงบเหล่านี้" เคียวอิจิ ทานาดะ
ประธานโตโยต้า มอเตอร์ ประจำประเทศไทยกล่าว

ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และนับเป็นผู้ผลิตที่ใหญ่เป็นอันดับ 9
ของโลก โดยรถยนต์ครึ่งหนึ่งของที่ผลิตได้นี้ ขายตลาดภายในประเทศ
ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งคือสินค้าส่งออกสำคัญ

d-credit

ด้วยทำเลที่ตั้ง ที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค สายการผลิตที่แข็งแกร่ง 
และภาษีส่งเสริมการลงทุน ส่งผลให้บริษัทรถยนต์ข้ามชาติต่างๆ
เช่น โตโยต้า มาซด้า และฟอร์ด มอเตอร์ เข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทย
เพื่ออาศัยประโยชน์ดังกล่าว โดยสถาบันยานยนต์ไทยระบุว่า
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเป็นแหล่งสร้างงานมากกว่า 5 แสนตำแหน่ง
และคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
(จีดีพี) ที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิตในปี 2012

ในภาพรวมแล้ว โตโยต้า คาดการณ์ว่า ยอดขายรถยนต์ในไทย
จะลดลง 10% หรือ 4 แสนคัน ในปีนี้ ขณะที่ยอดขายรถยนต์ใน
อุตสาหกรรมทั้งหมดจะลดลง 13.6% หรือ 1.5 ล้านคัน
โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นผลจากการยุตินโยบายรถยนต์
คันแรกของรัฐบาล ซึ่งตัวเลขประมาณการณ์นี้มีโอกาสลดลงอีก
หากการชุมนุมทางการเมืองยังคงยืดเยื้อต่อไป

ประธานโตโยต้าประจำประเทศไทยระบุว่า ถ้ายืดเยื้อนาน
สถานการณ์ที่ว่านี้ อาจทำให้โตโยต้าต้องลดกำลังการผลิต
ภายประเทศ โดยก่อนหน้านี้ ค่ายรถยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่น
คาดการณ์ว่าจะสามารถผลิตรถยนต์ในไทยในปี 2014
ได้ถึง 8.7 แสนคัน

d-credit

บริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นหวั่นปัญหาไทยกระทบยอดขาย

มาสด้า มิตซูบิชิ สองบริษัทจากแดนปลาดิบ กังวลสถานการณ์การเมืองไทย กระทบยอดขาย
มาสด้า มอเตอร์ คอร์ป และมิตซูบิชิ มอเตอร์ คอร์ป 2 บริษัทผู้ผลิตยานยนต์
ของญี่ปุ่น แสดงความคาดหวังว่า ผลกำไรประจำปี 2013 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือน
มี.ค. นี้ จะปรับตัวแตะระดับสูงที่สุด อันเนื่องมาจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัวนับตั้ง
เกิดวิกฤตเลห์แมน อย่างไรก็ตาม ทั้งสองบริษัทแดนปลาดิบแสดงความกังวล
ถึงสถานการณ์ในไทย ซึ่งเป็นฮับส่งออกของบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่น
ว่าจะส่งผลกระทบต่อยอดขาย

ด้านมาสด้า ได้ประกาศปรับลดมุมมองยอดขายทั่วโลกในปีนี้ลงเหลือ 0.7%
ไปอยู่ที่ 1.325 ล้านคัน โดยอ้างถึงปัญหาในประเทศไทย

ขึ้นบน