Mini review มิราจน้อยบรอนด์เงิน ตอน กรุงเทพ มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่

เริ่มโดย inmtara, 20พ.ค.2012, 07:17:44

« หน้าที่แล้ว - ต่อไป »

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ลงล่าง

inmtara

           ด้วยความที่ใช้รถคันเก่ามากว่า 12 ปี (โชลูน่า หยดน้ำรุ่นแรก)ก็ถึงเวลาต้องลาจาก
โดยได้ค่าตัวจากการหย่าร้างที่ 150,000 บาท เพื่อเป็นเงินค่าตัวในการสู่ขอรถคันใหม่ต่อไป
โดยมีเป้าหมายของการผ่อนที่ไม่สูงมาก ดังนั้นจึงต้องหารถที่ราคาถูกๆเหมาะกับคนเบี้ยน้อย
แต่หอยไม่น้อยเช่นเรา ครั้งแรกก็ได้เมียงมองที่ น้องมีนา แต่ด้วยความที่จองในศูนย์ที่เชียงใหม่
ต้องใช้เวลาอีก 5 เดือน ในการรับรถ จึงได้เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ประกอบกับ น้องมิราจ ได้
ปรากฏโฉมออกตามสื่อโฆษณาต่างๆพร้อมด้วย Option ที่สุดอึ๋ม จึงได้ลงทุนไปสอบถาม
Sale ที่ศูนย์มิตซู xxx เชียงใหม่ และด้วยความที่เป็นเซล์เทพ
(ตามกระทู้นี้ http://www.miragethailandclub.com/index.php/topic,337.15.html)
ที่ส่วนลดก็ไม่มี อะไรก็ไม่ให้ แถมได้รถเดือนไหนก็ไม่รู้ เอาวะจึงตัดสินใจไปงานมอเตอร์โชว์ที่
กรุงเทพฯ เพื่อขอรับส่วนลด 1 หมื่นบาท ซึ่งแม้บางคนมองไม่มีค่า แต่คนเบี้ยน้อยหอยไม่น้อย
แบบผมจึงต้องยอมลงทุนนั่งรถทัวร์ (ค่าตั๋วไปเช้าเย็นกลับ 1,040 บาท) ไปจองถึงมอเตอร์โชว์
หลังจากเดินเข้าไปในงานแบบคนบ้านนอกเข้ากรุง ทะเล่อทะล่าเข้าไปที่ บูท มิตซู แล้วก็เจอเซล
ที่สามารถ Be more... จึงได้วางเงินมัดจำ 5,000 บาทเป็นการหมั้นน้องมิราจ สีบรอนด์เงิน โดย
เซลล์แจ้งว่าสามารถรับรถได้ภายในเดือน พฤษภา ก็ โอแหละ ดีกว่า เมืองใหญ่ๆเช่นเชียงใหม่
ที่ไม่รู้วันได้รับรถสักที
            มาถึงวันนี้วันที่ 19 พ.ค.55 ก็ได้เดินทางจาก เชียงใหม่ด้วยรถทัวร์เพื่อมาออกรถ ตามตำราที่ใครๆ
ก็ว่าวันนี้เป็นวันดี ที่ศูนย์นี้

และโฉมหน้าเจ้าสีบรอนด์เงิน

พร้อมด้วยกุญแจอัจฉริยะ 2 พวง

และกุญแจที่เป็นกุญแจซึงอยู่ในร่างซ่อน อย่างกะ Tranformer ซึ่งเมื่อแปลงร่างแล้วจะออกมาอยู่ในลักษณะนี้


หลังจากดูเคราะห์หามยามดีก็ขับรถออกจากศูนย์ทันที โดยก่อนจะไปไหนได้ไกล ก็พบว่า
น้ำมันที่ทางศูนย์ได้อุตส่าห์หยอดใส่ถังมาให้น่ากลัวจะเอาชีวิตไม่รอด ถึงเชียงใหม่ โชคดีที่ฟ้าเป็นใจ
บันดาลให้มีปั๊มน้ำมันเกิดอยู่ข้างๆศูนย์ก็เลยขอเติมแค่ 500 บาทก่อนให้พอไปตั้งหลักเอาแถว
วิภาวดีได้ก็ละกัน


หลังจากเติมน้ำมันเต็มถังอีกครั้งที่ ปตท สวัสดิการทหารบก วิภาวดี โดยเติม โซฮอล 95
ไปเต็มถัง ก็กดหน้าปัดให้มันเป็น 0 ซะ เพื่อดูระยะทางวิ่งทั้งหมดเพื่อจะมาหาค่าเฉลี่ย
น้ำมันต่อกิโลลิตรที่แท้จริง
ออกจากปั๊มมาวิ่งด้วยความเร็วที่ 80 ก็จะมีเจ้าไฟเขียวที่ชื่อว่า ECO คอยบอกอยู่
ตลอดเวลาเมื่อมันอยู่ในโหมดประหยัด

จากที่ขับมานี่เข้าใจได้ว่าเมื่อจอดรถนิ่งมันจะหาย
เมื่อเหยีบคันเร่งเพื่อต้องการแรงส่งก็จะไม่ปรากฏ และถ้าวิ่งด้วยความเร็วเท่านี้


มันก็จะหายไปทันที
ใครไม่ต้องถามว่ารถยังไม่พ้น Run in เลยไมวิ่งเร็วจัง ไม่ต้องรอให้พ้น Run in เหรอ
บังเอิญผมไม่รู้จักว่า Run in คืออะไรจึงต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ขับมาถึงแถวอยุธยา ถนน 3 ช่องทางการจราจร เอาวะขอหน่อยดิ

ใครบอกรถ 3 สูบมันวิ่งเร็วไม่ได้

พอขับมาถึงแถววังเจ้า จ.ตาก ฟ้าก็บันดาลเป็นใจให้ผมทดสอบสมรรถภาพรถทันที

ตั้งเค้ามาละเหวย

โปรยปรายมาแล้ว

จัดเต็มทันที

ฝนตกหนักมาก แต่ยังสามารถใช้ความเร็วที่ขนาดนี้ได้

สวดยวดไปเลย
หลังจากผ่านพ้นฝนตกหนักซึ่งกว่าจะซาเม็ดลงไปได้ก็ต้องมาถึงบ้านตาก จ.ตาก
โดยได้แวะเติมน้ำมันเพื่อกันเหนียวไว้ก่อน หมดค่าน้ำมันไปก็เท่านี้

ซึ่งเป็นอะไรที่ อึ้ง ทึ่ง เสียวมาก เพราะตลอดชีวิตตั้งแต่น้ำมันลิตรละ 30 บาท
เป็นต้นมาแวะเติมปั๊มนี้ทีไรไม่เคยต่ำกว่า 1,000 บาท สักที ด้วยระยะจาก กทม
มาถึงนี่ 440 Km ครั้งนี้เป็นอะไรที่อึ้งมากๆ
และหลังจากน้องมิราจได้พักกินน้ำกินท่า (ราคาแพง)แล้วก็ออกเดินทางสู๋ จ.ลำปางต่อไป
โดยครั้งนี้รถก็ไม่ค่อยมีละ ขอดูขุมพลัง 3 สูบ 1,200 ซีซี ของเจ้าซิ ว่าจะมีพลังขนาดไหน

เจ้ามีพลังเหลือเฟือจริงๆ แม้เจ้าจะอยากโชว์พลังอีก แต่ข้าน้อยขอบายเพราะใจยังไปไม่ถึง
หลังจากเข้าเขตลำปางแถวห้างฉัตรก็มืดพอดี ไฟหน้ารถที่ศูนย์ตั้งไว้ อยู่ในระดับที่พอดีจริงๆ

และก็เติมน้ำมันอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทางที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมิราจ
ก็กินแต่ของแพงๆตามเคย

ระยะทางของการเดินทางทั้งหมด


สรุป
ในการขับขี่ของข้าพเจ้าครั้งนี้ใช้ความเร็วเฉลี่ยที่ 110-125 ตลอดระยะเวลาการเดินทาง
โดยโหมด ECO จะไปสิ้นสุดตัวเองที่ 122.5 Km/hr พบว่าอัตราเร่งต่างๆของมิราจนั้น
ถือได้ว่าสอบผ่านและได้ A+ เลยทีเดียวกับรถ 3 สูบเครื่อง 1,200 ซีซี คันนี้
เหยียบเป็นขึ้นและมีทีท่าว่าไม่ยอมแพ้ สามารถดันตัวเองไต่ระดับความเร็วขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
ไม่มีอาการสะดุดของช่วงการเปลี่ยนเกียร์ในแต่ละครั้งเลย เพียงแต่ว่าในช่วงของการออกตัวและไต่ระดับ
ความเร็วนั้น เจ้า 3 สูบเครื่อง 1,200 ซีซี นี้อาจจะส่งเสียงครางกระหึ่มให้ได้ยินตลอดทุกการเหยียบคันเร่ง
เนื่องจากตัวน้อยแต่ใจใหญ่จึงต้องรีดพลังออกมาให้เต็มที่ แต่เมื่อความเร็วอยู่ในระดับคงที่แล้ว
พบว่า ตัวรถนิ่งและเงียบพร้อมกับความนุ่มนวลในการขับขี่ที่แท้จริง

การเข้าโค้ง
การเข้าโค้งของรถที่ความเร็ว 100 กว่าพบว่าเกาะถนนค่อนข้างดี ไม่มีอาการเป๋ หรือหวิว เหมือน
รถขนาด 1,500 ซีซี ของญี่ปุ่นอีกยี่ห้อนึงเลย โดยผู้ขับได้ลองเข้าโค้งที่ดอยขุนตาล ทั้งการขึ้นดอย
และลงดอย ในความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 แล้วไม่คิดเลยว่า มิราจเองจะสามารถเกาะถนนได้ดี เข้าโค้ง
ได้อย่างมั่นใจ (แต่ต้องประคองพวงมาลัยให้นิ่งนะครับ อย่าแซงในโค้งหรือหักกระทัน ถ้าเช่นนั้น
ก็เอาไม่อยู่เช่นกัน)

อุปการณ์ภายในรถ
อุปกรณ์รถภายในเจ๋งดีครับ โดยเฉพาะแถวก้านไฟเลี้ยวกับก้านที่ปัดน้ำฝน ถือว่าใส่ Option
ที่ดีกว่ารถราคาเป็นล้าน เยี่ยมครับ

ความประหยัด
ความประหยัด จากการวัดตามหน้าปัดแสดงผลได้อัตราสิ้นเปลืองเท่ากับ

17 KM/L โดยผู้ขับใช้ความเร็วที่ 110-125 ตามที่กล่าวไว้ข้างบนตลอดการเดินทาง
ซึ่งเมื่อคิดระยะทางจากการคำนวนมือด้วยการเติมน้ำมันทั้งหมด ครั้งแรกที่ ตากจำนวน
24.21 ลิตร และที่เชียงใหม่ จำนวน 13.963 ลิตร ระยะทางรวม 695.2 กิโลเมตร
อัตราสิ้นเปลืองเท่ากับ (695.2/(24.21+13.963))= 18.21 KM/L

ข้อสังเกต
ทุกครั้งที่ชะลอรถเพื่อหยุดขณะติดไฟแดงความเร็วที่ลดงลงเหลือช่วงประมาณ 20-0 KM/Hr แล้วพบว่า
รถจะมีการกระตุกเหมือนการถอนเกียร์ของคนขับรถมีคลัทช์ไม่ค่อยคล่อง เมื่อจอดสนิทแล้ว
รอบเดินเบาของรถจะอยู่ที่ประมาณ 500-900 รอบ ซึ่งเสียวๆเหมือนกันกลัวรถจะดับ คล้ายๆอาการ
ของคนจะหลับในพอสะดุ้งทีก็จะกลับมาตาสว่างขับได้ต่อ เมื่อไฟเขียวแล้วคลายเบรคเพื่อออกตัว
พบว่ารอบจะเดินสูงขึ้นทันที ทำให้เครื่องเหมือนมีอาการกระตุกคล้ายปลาสำลักน้ำ เมื่อเร่งความ
เร็วไปประมาณ 40 KM อาการจะหายไป

ขอขอบคุณที่ติดตามรับฟังนะครับ
ใครมีปัญหาข้อสงสัย สอบถามได้ครับ
Mini review มิราจน้อยบรอนด์เงิน ตอน กรุงเทพ มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่
http://www.miragethailandclub.com/index.php/topic,

speed

อยากทราบว่ากุญแจ2พวงเป็นkosทั้ง2เลยหรือเปล่า 
หรือว่ามีพวงเดียวอีกพวงเป็นที่เสียบใส่กุญแจเฉยๆ
emo3 emo3

IHEERMAN

ชัดเจนที่สุด  emo13
MIRAGE ROAD SHOW ...

benzene83


           ด้วยความที่ใช้รถคันเก่ามากว่า 12 ปี (โชลูน่า หยดน้ำรุ่นแรก)ก็ถึงเวลาต้องลาจาก
โดยได้ค่าตัวจากการหย่าร้างที่ 150,000 บาท เพื่อเป็นเงินค่าตัวในการสู่ขอรถคันใหม่ต่อไป
โดยมีเป้าหมายของการผ่อนที่ไม่สูงมาก ดังนั้นจึงต้องหารถที่ราคาถูกๆเหมาะกับคนเบี้ยน้อย
แต่หอยไม่น้อยเช่นเรา ครั้งแรกก็ได้เมียงมองที่ น้องมีนา แต่ด้วยความที่จองในศูนย์ที่เชียงใหม่
ต้องใช้เวลาอีก 5 เดือน ในการรับรถ จึงได้เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ประกอบกับ น้องมิราจ ได้
ปรากฏโฉมออกตามสื่อโฆษณาต่างๆพร้อมด้วย Option ที่สุดอึ๋ม จึงได้ลงทุนไปสอบถาม
Sale ที่ศูนย์มิตซู xxx เชียงใหม่ และด้วยความที่เป็นเซล์เทพ
(ตามกระทู้นี้ http://www.miragethailandclub.com/index.php/topic,337.15.html)
ที่ส่วนลดก็ไม่มี อะไรก็ไม่ให้ แถมได้รถเดือนไหนก็ไม่รู้ เอาวะจึงตัดสินใจไปงานมอเตอร์โชว์ที่
กรุงเทพฯ เพื่อขอรับส่วนลด 1 หมื่นบาท ซึ่งแม้บางคนมองไม่มีค่า แต่คนเบี้ยน้อยหอยไม่น้อย
แบบผมจึงต้องยอมลงทุนนั่งรถทัวร์ (ค่าตั๋วไปเช้าเย็นกลับ 1,040 บาท) ไปจองถึงมอเตอร์โชว์
หลังจากเดินเข้าไปในงานแบบคนบ้านนอกเข้ากรุง ทะเล่อทะล่าเข้าไปที่ บูท มิตซู แล้วก็เจอเซล
ที่สามารถ Be more... จึงได้วางเงินมัดจำ 5,000 บาทเป็นการหมั้นน้องมิราจ สีบรอนด์เงิน โดย
เซลล์แจ้งว่าสามารถรับรถได้ภายในเดือน พฤษภา ก็ โอแหละ ดีกว่า เมืองใหญ่ๆเช่นเชียงใหม่
ที่ไม่รู้วันได้รับรถสักที
            มาถึงวันนี้วันที่ 19 พ.ค.55 ก็ได้เดินทางจาก เชียงใหม่ด้วยรถทัวร์เพื่อมาออกรถ ตามตำราที่ใครๆ
ก็ว่าวันนี้เป็นวันดี ที่ศูนย์นี้

และโฉมหน้าเจ้าสีบรอนด์เงิน

พร้อมด้วยกุญแจอัจฉริยะ 2 พวง

และกุญแจที่เป็นกุญแจซึงอยู่ในร่างซ่อน อย่างกะ Tranformer ซึ่งเมื่อแปลงร่างแล้วจะออกมาอยู่ในลักษณะนี้


หลังจากดูเคราะห์หามยามดีก็ขับรถออกจากศูนย์ทันที โดยก่อนจะไปไหนได้ไกล ก็พบว่า
น้ำมันที่ทางศูนย์ได้อุตส่าห์หยอดใส่ถังมาให้น่ากลัวจะเอาชีวิตไม่รอด ถึงเชียงใหม่ โชคดีที่ฟ้าเป็นใจ
บันดาลให้มีปั๊มน้ำมันเกิดอยู่ข้างๆศูนย์ก็เลยขอเติมแค่ 500 บาทก่อนให้พอไปตั้งหลักเอาแถว
วิภาวดีได้ก็ละกัน


หลังจากเติมน้ำมันเต็มถังอีกครั้งที่ ปตท สวัสดิการทหารบก วิภาวดี โดยเติม โซฮอล 95
ไปเต็มถัง ก็กดหน้าปัดให้มันเป็น 0 ซะ เพื่อดูระยะทางวิ่งทั้งหมดเพื่อจะมาหาค่าเฉลี่ย
น้ำมันต่อกิโลลิตรที่แท้จริง
ออกจากปั๊มมาวิ่งด้วยความเร็วที่ 80 ก็จะมีเจ้าไฟเขียวที่ชื่อว่า ECO คอยบอกอยู่
ตลอดเวลาเมื่อมันอยู่ในโหมดประหยัด

จากที่ขับมานี่เข้าใจได้ว่าเมื่อจอดรถนิ่งมันจะหาย
เมื่อเหยีบคันเร่งเพื่อต้องการแรงส่งก็จะไม่ปรากฏ และถ้าวิ่งด้วยความเร็วเท่านี้


มันก็จะหายไปทันที
ใครไม่ต้องถามว่ารถยังไม่พ้น Run in เลยไมวิ่งเร็วจัง ไม่ต้องรอให้พ้น Run in เหรอ
บังเอิญผมไม่รู้จักว่า Run in คืออะไรจึงต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ขับมาถึงแถวอยุธยา ถนน 3 ช่องทางการจราจร เอาวะขอหน่อยดิ

ใครบอกรถ 3 สูบมันวิ่งเร็วไม่ได้

พอขับมาถึงแถววังเจ้า จ.ตาก ฟ้าก็บันดาลเป็นใจให้ผมทดสอบสมรรถภาพรถทันที

ตั้งเค้ามาละเหวย

โปรยปรายมาแล้ว

จัดเต็มทันที

ฝนตกหนักมาก แต่ยังสามารถใช้ความเร็วที่ขนาดนี้ได้

สวดยวดไปเลย
หลังจากผ่านพ้นฝนตกหนักซึ่งกว่าจะซาเม็ดลงไปได้ก็ต้องมาถึงบ้านตาก จ.ตาก
โดยได้แวะเติมน้ำมันเพื่อกันเหนียวไว้ก่อน หมดค่าน้ำมันไปก็เท่านี้

ซึ่งเป็นอะไรที่ อึ้ง ทึ่ง เสียวมาก เพราะตลอดชีวิตตั้งแต่น้ำมันลิตรละ 30 บาท
เป็นต้นมาแวะเติมปั๊มนี้ทีไรไม่เคยต่ำกว่า 1,000 บาท สักที ด้วยระยะจาก กทม
มาถึงนี่ 440 Km ครั้งนี้เป็นอะไรที่อึ้งมากๆ
และหลังจากน้องมิราจได้พักกินน้ำกินท่า (ราคาแพง)แล้วก็ออกเดินทางสู๋ จ.ลำปางต่อไป
โดยครั้งนี้รถก็ไม่ค่อยมีละ ขอดูขุมพลัง 3 สูบ 1,200 ซีซี ของเจ้าซิ ว่าจะมีพลังขนาดไหน

เจ้ามีพลังเหลือเฟือจริงๆ แม้เจ้าจะอยากโชว์พลังอีก แต่ข้าน้อยขอบายเพราะใจยังไปไม่ถึง
หลังจากเข้าเขตลำปางแถวห้างฉัตรก็มืดพอดี ไฟหน้ารถที่ศูนย์ตั้งไว้ อยู่ในระดับที่พอดีจริงๆ

และก็เติมน้ำมันอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทางที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมิราจ
ก็กินแต่ของแพงๆตามเคย

ระยะทางของการเดินทางทั้งหมด


สรุป
ในการขับขี่ของข้าพเจ้าครั้งนี้ใช้ความเร็วเฉลี่ยที่ 110-125 ตลอดระยะเวลาการเดินทาง
โดยโหมด ECO จะไปสิ้นสุดตัวเองที่ 122.5 Km/hr พบว่าอัตราเร่งต่างๆของมิราจนั้น
ถือได้ว่าสอบผ่านและได้ A+ เลยทีเดียวกับรถ 3 สูบเครื่อง 1,200 ซีซี คันนี้
เหยียบเป็นขึ้นและมีทีท่าว่าไม่ยอมแพ้ สามารถดันตัวเองไต่ระดับความเร็วขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
ไม่มีอาการสะดุดของช่วงการเปลี่ยนเกียร์ในแต่ละครั้งเลย เพียงแต่ว่าในช่วงของการออกตัวและไต่ระดับ
ความเร็วนั้น เจ้า 3 สูบเครื่อง 1,200 ซีซี นี้อาจจะส่งเสียงครางกระหึ่มให้ได้ยินตลอดทุกการเหยียบคันเร่ง
เนื่องจากตัวน้อยแต่ใจใหญ่จึงต้องรีดพลังออกมาให้เต็มที่ แต่เมื่อความเร็วอยู่ในระดับคงที่แล้ว
พบว่า ตัวรถนิ่งและเงียบพร้อมกับความนุ่มนวลในการขับขี่ที่แท้จริง

การเข้าโค้ง
การเข้าโค้งของรถที่ความเร็ว 100 กว่าพบว่าเกาะถนนค่อนข้างดี ไม่มีอาการเป๋ หรือหวิว เหมือน
รถขนาด 1,500 ซีซี ของญี่ปุ่นอีกยี่ห้อนึงเลย โดยผู้ขับได้ลองเข้าโค้งที่ดอยขุนตาล ทั้งการขึ้นดอย
และลงดอย ในความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 แล้วไม่คิดเลยว่า มิราจเองจะสามารถเกาะถนนได้ดี เข้าโค้ง
ได้อย่างมั่นใจ (แต่ต้องประคองพวงมาลัยให้นิ่งนะครับ อย่าแซงในโค้งหรือหักกระทัน ถ้าเช่นนั้น
ก็เอาไม่อยู่เช่นกัน)

อุปการณ์ภายในรถ
อุปกรณ์รถภายในเจ๋งดีครับ โดยเฉพาะแถวก้านไฟเลี้ยวกับก้านที่ปัดน้ำฝน ถือว่าใส่ Option
ที่ดีกว่ารถราคาเป็นล้าน เยี่ยมครับ

ความประหยัด
ความประหยัด จากการวัดตามหน้าปัดแสดงผลได้อัตราสิ้นเปลืองเท่ากับ

17 KM/L โดยผู้ขับใช้ความเร็วที่ 110-125 ตามที่กล่าวไว้ข้างบนตลอดการเดินทาง
ซึ่งเมื่อคิดระยะทางจากการคำนวนมือด้วยการเติมน้ำมันทั้งหมด ครั้งแรกที่ ตากจำนวน
24.21 ลิตร และที่เชียงใหม่ จำนวน 13.963 ลิตร ระยะทางรวม 695.2 กิโลเมตร
อัตราสิ้นเปลืองเท่ากับ (695.2/(24.21+13.963))= 18.21 KM/L

ข้อสังเกต
ทุกครั้งที่ชะลอรถเพื่อหยุดขณะติดไฟแดงความเร็วที่ลดงลงเหลือช่วงประมาณ 20-0 KM/Hr แล้วพบว่า
รถจะมีการกระตุกเหมือนการถอนเกียร์ของคนขับรถมีคลัทช์ไม่ค่อยคล่อง เมื่อจอดสนิทแล้ว
รอบเดินเบาของรถจะอยู่ที่ประมาณ 500-900 รอบ ซึ่งเสียวๆเหมือนกันกลัวรถจะดับ คล้ายๆอาการ
ของคนจะหลับในพอสะดุ้งทีก็จะกลับมาตาสว่างขับได้ต่อ เมื่อไฟเขียวแล้วคลายเบรคเพื่อออกตัว
พบว่ารอบจะเดินสูงขึ้นทันที ทำให้เครื่องเหมือนมีอาการกระตุกคล้ายปลาสำลักน้ำ เมื่อเร่งความ
เร็วไปประมาณ 40 KM อาการจะหายไป

ขอขอบคุณที่ติดตามรับฟังนะครับ
ใครมีปัญหาข้อสงสัย สอบถามได้ครับ


สุโค่ยยยยยยยยยยยยยยยย .......   emo24

chean

เยี่ยมไปเลยครับคุณรีวิวได้เยี่ยมมากขอบคุณที่สละเวลาครับ

S@B

ขอบคุณครับที่มาเล่าให้ฟัง  emo4

N'White ^^

 emo24 ขอบคุณมากๆค่ะ อ่าน review แล้วรู้สึกภูมิใจที่เลือกมิราจ  emo13

pooqa

คิดไม่ผิดจริงๆครับที่เลือกเจ้าฉลามน้อย  emo3

GaLoNz


ioR_Xp


อยากทราบว่ากุญแจ2พวงเป็นkosทั้ง2เลยหรือเปล่า 
หรือว่ามีพวงเดียวอีกพวงเป็นที่เสียบใส่กุญแจเฉยๆ
emo3 emo3


อยากทราบเหมือนกันคับว่าเป็น KOS ทั้งสองดอกเลยรึป่าว

ปล.อ่านรีวิวนี้แล้วรู้เลยคับว่ามิราจตัวเล็กแต่ใจใหญ่ แรง และนิ่งมาก ประหยัดด้วย


Review BlueBoy bit.ly/VLVtf7
BlueBoy with Zercon Z1 bit.ly/R2baCb

MinnieMouse

ว้าว อ่านรีวิวแล้วรู้สึกดีแฮะ

ขอสอบถามเรือ่ง กุญแจ kos เหมือนกันค่ะ ได้สองดอก หรือดอกเดียวเหรอคะ
.
.
.

                                              if you can't explain it simply, you don't understand it well enough ..

SeaSky_The gang

โอ้ย วิ่ง ครั้งเดียวจะพ้นรันอินล่ะ

เห็นรีวิวแล้วมั่นใจในตัวรถขึ้นมา มากเลย

แล้วมีอากาศสั่นๆมั่งไหมครับเวลาวิ่งเร็วๆๆที่ 140..

เห็นล่ะอยากได้รถเร็วๆๆๆ

ปล น่าจะเอารูปลงในเวป ไปฝากๆไฟล์ไว้ วันนึงรูปมันคงจะหายไป

แอดมินไม่มาแก้เรื่อง sv เลยนะ
อาการเสีย
1.เบรคติด น๊อตสลักคาลิปเปอร์งอของ 0 ราคา 680 บาท ค่าเปลี่ยน อู่นอก 400 บาท ยางหุ้มลูกสูบขาดเปลี่ยนศูนย์ ค่าของ+ค่าแรงประมาณ 2xxx บาท
2.บาลาสซีน่อนขาดเปลี่ยนของ canbus 3000 บาท
3.ลูกปืนล้อหน้าABS แตก ข้างล่ะ 17xx บาท ค่าแรงอู่นอก ข้างล่ะ 400 บาท

surachoo

 emo20 สุดยอดครับ คุ้มค่าจริงๆ ต้องยอมรับในความพยายามนะครับ เชียงใหม่-กรุงเทพไกลไม่ใช่เล่น เป็นเราเอาใกล้บ้านแล้ว.

                   มีเงินเป็นหมื่นล้าน ก็ซื้อเมื่อวานกลับมาไม่ได้

ashura

ผมเชื่อว่าถ้าคุ้นเคยกับระบบรถมากกว่านี้ จะยิ่งประหยัดมากขึ้นครับ

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะครับ  emo24

ขึ้นบน