What is the most valuable fuel related to its (A/F)/cost B/L ?

เริ่มโดย ajchaporn, 12พ.ค.2015, 20:13:00

« หน้าที่แล้ว - ต่อไป »

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ajchaporn

12พ.ค.2015, 20:13:00 Last Edit: 13พ.ค.2015, 04:01:46 by ajchaporn
ขออนุญาติ/ให้เครดิต คุณ นาธัส แสงสุริยะ จาก MotorTrivia.com และ บ.ฮอนด้า ออโต้มอบิล(ประเทศไทย)จำกัด ด้วยความขอบคุณครับ
>>>> ดู การคำนวณหาความแตกต่างของอัตราสิ้นเปลืองแต่ละเชื้อเพลิง E10 / E20  และ E85  จาก ค่า A/F Ratio  จากการ test drive Honda Civic A/T  1.8E Navi <<<<<
จาก เพจด้านล่่างนี้
http://www.motortrivia.com/section-movie/test-drive/120-honda-civic-1800-e-at-navi/test-drive-2012-honda-civic-1800-e-at-navi.html

   จากราคาน้ำมัน@ 8 พ.ค.58
  เปรียบเทียบดัชนีความสิ้นเปลืองของการใช้น้ำมันแต่ละชนิด =ราคา (B/L)/(A/F) ตัวเลขยิ่งมาก ยิ่งสิ้นเปลือง
  ใช้ E85 ความสิ้นเปลือง=23.28/9.855=2.36 .....(1)
      G95 ความสิ้นเปลือง=29.00/14.13=2.05 .....(2)
      G91 ความสิ้นเปลือง=28.18/14.13=1.99 .....(3)
      E20 ความสิ้นเปลือง=26.78/13.56=1.97  .....(4)
จะเห็นว่าดัชนีความสิ้นเปลืองมากที่สุดคือ E85 และน้อยที่สุดคือ E20

   ให้เห็นชัดๆ ถ้าใช้ E85 จำนวน 100 L=2,328 บ.
               จะใช้ G95 เพียง      69 L=2,001 บ.
               จะใช้ G91 เพียง      69 L=1944 บ.
             หรือใช้ E20 เพียง       72 L=1,928 บ.
   แต่ก็อีกนั่นแหละ จะสิ้นเปลืองมาก/น้อย และน้ำมันตัวไหนจะคุ้มค่าที่สุด ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆอีกหลายอย่าง ทั้งชนิด/รุ่นรถ/การมอดดิไฟด์/สภาวะการจราจร/พื้นที่ที่ใช้รถนอกเมืองหรือในเมือง อื่นๆ และที่สำคัญที่สุดคือลักษณะ/วิธีการขับของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ผมเชื่อเช่นน้ัน
   ปล.เป็นการเปรียบเทียบเชิงตัวเลข ที่อ้างอิงได้แน่นอนคือราคาน้ำมัน นอกนั้นคง  ซ.ต.พ. ครับ
   ( ตัวเลข/ข้อมูลผิดพลาดท้วงติงได้ครับ )


ajchaporn

สำหรับบางท่านเข้าเพจไม่ได้

chok_chai

วิธีการคำนวน กับการใช้งานจริง วัดจริงมันต่างกันครับพี่

และที่สำคัญ บทความนี้ ไม่ได้มาตราฐาน พี่ไม่น่านำยกมาพิสูจน์เลย

เรื่องการนำค่า af มาเกี่ยวกับอัตราการกินน้ำมัน เอาแค่ e20กับe85 มันต่างกันไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับพี่ 72 กะ100ลิตร ความแตกต่างประมานนี้มัน น้ำมัน95กะe85 แล้วครับ แล้วเรื่องนี้ทั้งในเมืองไทยและเมืองนอก พิสูจน์กันมามากแล้วว่า น้ำมัน95กับE85 ต่างกันประมาน 25-30% เท่านั้น ตัวเลขที่ยกอ้างขึ้นมา แค่ e20กับe85 ต่างกันขนาดนี้มันเยอะเกินความจริง

เหตุผลที่ผมบอกว่า บทความนี้มันไม่ได้มาตราฐานเพราะอะไร ตัวอย่างง่ายๆ ตัวเลขทดสอบประสิทธิภาพครับ ความเร็ว0-130 กม./ชม. ใช้เวลา17.22วินาที ที่ระยะทาง 389.85 เมตร แต่0-402เมตรดันใช้เวลา 17.6 ที่ความเร็ว 129.7กม/ชม. มันขัดแย้งกันนะครับ

อีกเรื่องที่บทความนี้ขาดไปคือ เชื้อเพลิงและแรงม้า ซึ่งแรงม้าและแรงบิดที่ได้จากe85 มันจะมากกว่าน้ำมันประเภทอื่น และเมื่อแรงม้าและแรงบิดที่มากกว่า .... ผลมันคืออะไร รถลอยตัวได้ไวกว่า อัตราการกินน้ำมันเชื้อเพลิงจะใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า นั่นคือเหตุผลที่ว่า af ratio ไม่สามารถนำมาใช้กับการคำนวนแบบที่ยกอ้างในบทความนี้ได้




ajchaporn

ดีครับ ช่วยกันวิเคราะห์ เพราะผมก็สงสัยว่า รถรุ่นที่เขา test drive ทำไมไม่ค่อยเห็นวิ่งในถนน  ถ้าเทียบกับยี่ห้อเดียวกันรุ่นอื่นๆที่ไม่ได้โปรว่าใช้ E85  ได้  หรือคนจะ เชื่อรายงาน test drive นี้กันมาก จนพอ E85  ราคาใกล้เคียงกับE20/E10  รถรุ่นนี้เลยหายไปจากตลาดเมืองไทย

ส่วนเรื่องตัวเลขที่คุณว่าขัดแย้งกัน ก็อย่างที่ผมลงท้ายไว้นั้น>>>>
   ปล.เป็นการเปรียบเทียบเชิงตัวเลข ที่อ้างอิงได้แน่นอนคือราคาน้ำมัน นอกนั้นคง  ซ.ต.พ. ครับ
   ( ตัวเลข/ข้อมูลผิดพลาดท้วงติงได้ครับ)
                    ขอบคุณครับที่ช่วย ซ.ต.พ.
             

chok_chai


ดีครับ ช่วยกันวิเคราะห์ เพราะผมก็สงสัยว่า รถรุ่นที่เขา test drive ทำไมไม่ค่อยเห็นวิ่งในถนน  ถ้าเทียบกับยี่ห้อเดียวกันรุ่นอื่นๆที่ไม่ได้โปรว่าใช้ E85  ได้  หรือคนจะ เชื่อรายงาน test drive นี้กันมาก จนพอ E85  ราคาใกล้เคียงกับE20/E10  รถรุ่นนี้เลยหายไปจากตลาดเมืองไทย

ส่วนเรื่องตัวเลขที่คุณว่าขัดแย้งกัน ก็อย่างที่ผมลงท้ายไว้นั้น>>>>
   ปล.เป็นการเปรียบเทียบเชิงตัวเลข ที่อ้างอิงได้แน่นอนคือราคาน้ำมัน นอกนั้นคง  ซ.ต.พ. ครับ
   ( ตัวเลข/ข้อมูลผิดพลาดท้วงติงได้ครับ)
                    ขอบคุณครับที่ช่วย ซ.ต.พ.
             

วิ่งกันเตมเมืองครับพี่ ซอยบ้านผมมีตั้งเกือบ10คัน ทุกคันเค้าเติม e85 หมดทุกคัน คำตอบคือประหยัดกว่าน้ำมันอื่นครับ และขับดีกว่าน้ำมันอื่นครับ

ajchaporn

ครับ พอดีผมอยู่เชียงใหม่ ไม่ค่อยเห็นมีวิ่ง เฉพาะรุ่นนี้เทียบกับมิราจ ผมว่ามิราจยังเยอะกว่ามาก และข้อมูลบางอย่างผมก็ได้จากศูนย์ฮอนด้าข้างๆบ้านผม(ศูนย์ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ)  นี่แหละครับ

ajchaporn

 ที่ว่า วิธีการคำนวน กับการใช้งานจริง วัดจริงมันต่างกันครับพี่ >>>> อันนี้ถูกต้องครับ 
    ส่วนที่ว่าไม่ได้มาตรฐาน ก็คงไม่มีอะไรที่มัน absolutely complete   คงหายาก เอาแต่ส่วนที่คิดว่าพอเป็นไปได้/มีหลักเกณท์เชื่อถือได้พอ
    ที่ว่า af ratio ไม่สามารถนำมาใช้กับการคำนวนแบบที่ยกอ้างในบทความนี้ได้  >>> อันนี้ก็คงอยู่ที่การนำมาใช้ เช่นจะหาว่า         A/F ของE85 ที่ให้กำลังสูงสุด =(12.5x.15)+(7.65X.85)=8.377 @ค่าแลมบ์ด้า =0.85  เป็นต้น ยังไงก็ต้องอ้าง A/F ครับ
  แต่ก็ดูจะโหดร้ายกับ E85 เกินไปมั้ง ที่เอาค่า A/F ของE85 ที่เทียบกับตัวอื่นแล้วน้อยกว่าเขาหมด มาเปรียบเทียบเชิงตัวเลขกับราคา ที่ถูกกว่านิดหน่อย แค่ 3.50 บ. เองเมื่อเทียบกับ G91
   จากที่เม้นมา ท้วงติงมาดีนะ ผมชอบ ชอบมากด้วย แต่อาจจะเหนื่อยหาข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งคนเม้น/จขกท (คนอ่านสบายที่สุด 55)
   จึงจะนำไปสู่หัวข้อโพสต์ใหม่ที่เป็นแนวทางการเปรียบเทียบจาก topic เดียวกันเช่นราคา/ราคา  น้ำมันชนิดเดียวกันแต่ต่างวันเวลา และก็ยังมี A/F  แต่เป็นของตัวเดียวกัน เพื่อหาดัชนีการสิ้นเปลืองที่เปลี่ยนไป ครับ
   ก็ติดตามท้วง/ติงได้เหมือนเดิมครับ ขอบคุณ
 



nut_D

บทความนี้ได้มาตรฐานครับ
เป็นบทความที่ดีสามารถนำไปอ้างอิงได้เลย แต่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอาจจะยังไม่ครบถ้วน ต้องขอชมเชยคุณพี่ที่เอาข้อมูลดีดีมาฝากครับ แถมมีอ้างอิงอีกด้วย
ผมขอเสริมข้อมูลของคุณพี่อีกนิดนะครับเพราะยังไม่ครบ
เนื่องข้อมูลที่พี่ให้มาเป็นการคำนวณหาค่าอัตราส่วนผสมที่เหมาะสมตามทฤษฏี(A/F)ซึ่งนำมาใช้คำนวณหาอัตราสิ้นเปลื่องโดยประมาณได้

แต่เครื่องยนต์ไม่ได้มีการขับที่รอบคงที่ตลอดเวลา มีการเร่งแซง การขึ้นเขา เครื่องยนต์ต้องการแรงบิดที่เพิ่มขึ้น จึงต้องใช้ปริมาณน้ำมันในการเผาไหม้เพื่อเรียกแรงบิด(Power) จึงเป็นตัวแปลหนึ่งที่ต้องบวกเข้าไป
เรื่องต่อมา น้ำมัน E85 ตามที่คำนวณมาถูกต้อง น้ำมันมีการสิ้นเปลื้องกว่าน้ำมันทั่วไป 20-30% ซึ่งเป็นไปในทางทฤษฏี

แต่เนื่องจากยังไม่คำนวณถึงค่าความร้อนที่ได้ จากตารางจะเห็นได้ว่าน้ำมัน E85 ให้ค่าความร้อนที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับน้ำมันปกติ ถ้าจะให้ได้ความร้อนที่เท่าเดิมต้องเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าไปอีกเพื่อให้ได้เท่ากับน้ำมันปกติ
ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่น้ำมัน e85 จะให้กำลังงานที่มากกว่าน้ำมันปกติ
บทวิเคราะห์
ทำไมคนถึงคิดว่าน้ำมัน e85 ถึงแรงกว่า เร่งดีกว่า ลอยตัวกว่า
อาจเป็นเพราะมีการเปลี่ยนหัวฉีดซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานทำให้มีการฉีดน้ำมันในช่วง Hi-power ทำให้แรงกว่า เร่งดีกว่า ลอยตัวกว่า
หรือด้วย Octane ที่ได้จาก e85 มากว่า(ประมาณ 105) ทำให้มีอัตราเร่งที่ดีกว่า
หรือด้วยค่าความร้อนที่น้อยกว่า ทำให้ภายในห้องเผาไหม้เย็นตัวเร็ว สามารถเพิ่มปริมาณไอดีได้มากขึ้น สามารถอัดไอดีได้มากขึ้น
ซึ่งทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้อง(อยากได้ข้อมูลงานวิจัยเกี่ยวกับ e85 เพิ่มเติมหลังไมค์ได้)
บังคับใครไม่ได้ใช้ในสิ่งที่ชอบ ใช้แล้วรู้สึกดี ก็ใช้ไป ตัวเรารถเราใช้เอง

หมายเหตุ
-e85 มีการกัดกร่อน มีปํญหามาหลายรุ่น ยาริสกัดถังน้ำมัน ซีวิคกัดเกจวัดน้ำมัน แลนเซอร์เช่นกัน
-e85 ดูดความชื้น(น้ำ)เข้ามาในตัวน้ำมันได้มากและเร็วกว่าเชื้อเพลิงทั้วไป เกิดสนิมในอุปกรณ์ได้ง่ายกว่า
-e85 ปั้มติ๊กที่ไม่ได้รองรับ เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ

บ่นมิราจ
ตั้งแต่ให้มา เป็นรถเล็กที่ค่าเซอวิสแพงมาก แพงกว่ารถ 1500 ซีซีอีก
ค่าอะไหล่ก็แพง ใช้มากแสนโลแล้ว บ่นแค่นี้ไปแล้วครับ

chok_chai

#8
15พ.ค.2015, 02:49:43 Last Edit: 15พ.ค.2015, 03:02:58 by chok_chai

บทความนี้ได้มาตรฐานครับ
เป็นบทความที่ดีสามารถนำไปอ้างอิงได้เลย แต่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอาจจะยังไม่ครบถ้วน ต้องขอชมเชยคุณพี่ที่เอาข้อมูลดีดีมาฝากครับ แถมมีอ้างอิงอีกด้วย
ผมขอเสริมข้อมูลของคุณพี่อีกนิดนะครับเพราะยังไม่ครบ
เนื่องข้อมูลที่พี่ให้มาเป็นการคำนวณหาค่าอัตราส่วนผสมที่เหมาะสมตามทฤษฏี(A/F)ซึ่งนำมาใช้คำนวณหาอัตราสิ้นเปลื่องโดยประมาณได้

แต่เครื่องยนต์ไม่ได้มีการขับที่รอบคงที่ตลอดเวลา มีการเร่งแซง การขึ้นเขา เครื่องยนต์ต้องการแรงบิดที่เพิ่มขึ้น จึงต้องใช้ปริมาณน้ำมันในการเผาไหม้เพื่อเรียกแรงบิด(Power) จึงเป็นตัวแปลหนึ่งที่ต้องบวกเข้าไป
เรื่องต่อมา น้ำมัน E85 ตามที่คำนวณมาถูกต้อง น้ำมันมีการสิ้นเปลื้องกว่าน้ำมันทั่วไป 20-30% ซึ่งเป็นไปในทางทฤษฏี

แต่เนื่องจากยังไม่คำนวณถึงค่าความร้อนที่ได้ จากตารางจะเห็นได้ว่าน้ำมัน E85 ให้ค่าความร้อนที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับน้ำมันปกติ ถ้าจะให้ได้ความร้อนที่เท่าเดิมต้องเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าไปอีกเพื่อให้ได้เท่ากับน้ำมันปกติ
ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่น้ำมัน e85 จะให้กำลังงานที่มากกว่าน้ำมันปกติ
บทวิเคราะห์
ทำไมคนถึงคิดว่าน้ำมัน e85 ถึงแรงกว่า เร่งดีกว่า ลอยตัวกว่า
อาจเป็นเพราะมีการเปลี่ยนหัวฉีดซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานทำให้มีการฉีดน้ำมันในช่วง Hi-power ทำให้แรงกว่า เร่งดีกว่า ลอยตัวกว่า
หรือด้วย Octane ที่ได้จาก e85 มากว่า(ประมาณ 105) ทำให้มีอัตราเร่งที่ดีกว่า
หรือด้วยค่าความร้อนที่น้อยกว่า ทำให้ภายในห้องเผาไหม้เย็นตัวเร็ว สามารถเพิ่มปริมาณไอดีได้มากขึ้น สามารถอัดไอดีได้มากขึ้น
ซึ่งทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้อง(อยากได้ข้อมูลงานวิจัยเกี่ยวกับ e85 เพิ่มเติมหลังไมค์ได้)
บังคับใครไม่ได้ใช้ในสิ่งที่ชอบ ใช้แล้วรู้สึกดี ก็ใช้ไป ตัวเรารถเราใช้เอง

หมายเหตุ
-e85 มีการกัดกร่อน มีปํญหามาหลายรุ่น ยาริสกัดถังน้ำมัน ซีวิคกัดเกจวัดน้ำมัน แลนเซอร์เช่นกัน
-e85 ดูดความชื้น(น้ำ)เข้ามาในตัวน้ำมันได้มากและเร็วกว่าเชื้อเพลิงทั้วไป เกิดสนิมในอุปกรณ์ได้ง่ายกว่า
-e85 ปั้มติ๊กที่ไม่ได้รองรับ เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ

บ่นมิราจ
ตั้งแต่ให้มา เป็นรถเล็กที่ค่าเซอวิสแพงมาก แพงกว่ารถ 1500 ซีซีอีก
ค่าอะไหล่ก็แพง ใช้มากแสนโลแล้ว บ่นแค่นี้ไปแล้วครับ

แย่แระ ข้อมูลมาแน่นปึ๊กมากครับ แต่ตกม้าตายตรงคำว่า "ทำไมคนถึงคิดว่าน้ำมัน e85 ถึงแรงกว่า เร่งดีกว่า ลอยตัวกว่า"

ดูตารางซิครับว่าทำไมแรงกว่า ยกตารางขึ้นมาแต่ไม่อ่านให้ชัดเจนให้ละเอียด จะยกมาทำไม ผมบอกให้ล่ะกันเนอะว่า ช่องเกือบสุดท้าย มันบอกชัดเจนว่า Vehicle power มันชัดเจนนะครับว่าอะไรแรงกว่า แล้วอีกอย่าง ตารางนี้ก้ออยากจะบอกคำเดิมว่า อย่าเอาข้อมูลผิดๆมาทำให้คนหมู่มากเข้าใจผิดครับ ออคเทนตัว methanol ethanol มันแปลกๆครับ เพราะที่ผมรับรู้มา มันไม่ใช่ตัวเลขนี้ครับ

"อาจเป็นเพราะมีการเปลี่ยนหัวฉีดซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานทำให้มีการฉีดน้ำมันในช่วง Hi-power ทำให้แรงกว่า เร่งดีกว่า ลอยตัวกว่า" << เอาอะไรมาบอกได้ครับ ช่วยอธิบายให้ชัดเลยครับ หัวฉีดใหญ่หรือเล็ก มันไม่ได้เกี่ยวกันเลยกับตรงนี้ ตารางจุดเผาไหม้สมบูรณ์ยกมาทำไมครับ ยกมาแล้วไม่วิเคราะห์ให้ชัดเจน ช่วงhi-power ที่ท่านว่า มันคือ AF 12.5-12.6 หัวฉีดจะใหญ่จะเล็ก ถ้าจ่ายได้ค่านี้พอดี จะแรงกว่าพวกที่จ่ายได้ 11-11.5 ครับ อันนี้ผมบอกให้รุ้เลยครับ ลองเอาไปใช้ในการวิเคราะห์ของท่านด้วยครับ AF ที่กล่าวถึงในย่อหน้า หมายถึง gasoline scale นะครับ เด่วจะเข้าใจผิด แต่ผมไม่อธิบายต่อนะว่ายังไง

"หรือด้วย Octane ที่ได้จาก e85 มากว่า(ประมาณ 105) ทำให้มีอัตราเร่งที่ดีกว่า
หรือด้วยค่าความร้อนที่น้อยกว่า ทำให้ภายในห้องเผาไหม้เย็นตัวเร็ว สามารถเพิ่มปริมาณไอดีได้มากขึ้น สามารถอัดไอดีได้มากขึ้น" << ค่าออคเทน 105 ทำให้อัตราเร่งดีขึ้น ถูกครับแต่ไม่ใช่คำตอบเดียว ถ้าจะเติมให้ครบแบบบ้านๆไม่วิชาการคือ ค่าออคเทนยิ่งเยอะ มันจะทำให้เครื่องแรงขึ้นในกรณีที่ทำให้มันเผาไหม้สมบูรณ์ ไม่ใช่ว่าเอามาใส่รถอะไรก้อได้แล้วมันแรงขึ้นทุกคัน ในกรณีของมิราจเรานั้น ecu ที่แสนชาญฉลาดได้ชดเชยองศาไฟจุดระเบิดให้แล้ว จึงทำให้แรงขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าทุกรุ่นจะเป็นแบบนี้ อีกเรื่องปริมาณไอดีมันไม่สามารถอัดได้ครับเข้าใจให้ถูกต้องนะครับ ระบบ N/A แบบมิราจมันไม่ได้อัดอากาศเข้าห้องเผาไหม้ครับ มันใช้การดูดจากการยกวาล์วไอเสียนะครับ อย่าไปบอกข้อมูลประเภทนี้ที่ไหนนะครับ อายเค้า เรื่องนี้ รบกวนย้อนไปดูตารางที่ท่านยกมา ดูสมการเคมีนะครับ แล้ววิเคราะห์ให้เข้าใจครับ แล้วจะทราบเองว่าทำไม

สุดท้ายอย่าหาว่าผมงั้นงี้เลย ผมอยากให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่ยกนู้นยกนี่มาอ้าง แต่ตกม้าตายแบบนี้ ตารางยกมาเหมือนไม่ได้อ่านก่อน หรืออ่านแล้ววิเคราะห์แบบคนไม่เข้าใจ

-e85 มีการกัดกร่อน มีปํญหามาหลายรุ่น ยาริสกัดถังน้ำมัน ซีวิคกัดเกจวัดน้ำมัน แลนเซอร์เช่นกัน << ยาริสตัวไหน ขอหลักฐานครับ ซีวิครุ่นไหน แลนเซอร์ก้อเหมือนกัน
-e85 ดูดความชื้น(น้ำ)เข้ามาในตัวน้ำมันได้มากและเร็วกว่าเชื้อเพลิงทั้วไป เกิดสนิมในอุปกรณ์ได้ง่ายกว่า << ข้อมูลนี้เอามาจากไหนครับ ทั้ง ปตท.และบางจาก ให้ข้อมูลตรงกันข้ามกับท่าน ปันหาเรื่องน้ำในน้ำมันe85 ที่พบเจอมาจากปั้มที่ไม่ได้มาตราฐานการปรับปรุงถังจัดเก็บครับ เพราะถามว่า น้ำมันในรถอยุ่ในถังน้ำมัน แล้วน้ำที่ท่านว่าหรือความชื้นจะมาจากไหนได้ครับ
-e85 ปั้มติ๊กที่ไม่ได้รองรับ เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ <<  ข้อมูลนี้ถูกต้องครับ

ajchaporn

#9
15พ.ค.2015, 05:44:45 Last Edit: 15พ.ค.2015, 05:54:05 by ajchaporn
ขอบคุณท่านที่เห็นด้วย /ไม่เห็นด้วยครับ
เรื่องtheory ทุกท่านก็คงมั่นใจด้วยกันทั้งนั้น แต่ข้อมูลมาจากหลายสื่อ/สถาบัน ย่อมมีความแตกต่าง
แต่มีอยู่อย่างหนึ่งซึ่งเห็นตรงกันหมด ทั้งคุณ  NUT-D คุณ CHOK CHAI และรวมทั้งผมเองด้วย ซึ่งเคยโพสต์ " Return of the problem on Fuel pump (TIK).  นั่นก็คือ " ปั๊มติ๊ก"  ทุกคนเห็นด้วย/ยอมรับว่า ปั๊มติ๊กมีอายุการใช้งานน้อยลง (เสียนั่นแหละ)

คุณ NUT -D ว่า >>>-e85 ปั้มติ๊กที่ไม่ได้รองรับ เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
คุณ CHOK CHAI >>>-e85 ปั้มติ๊กที่ไม่ได้รองรับ เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ <<  ข้อมูลนี้ถูกต้องครับ

และยังมีสมาชิกบางท่าน inbox  มาหาผมอีกด้วย ขออนุญาตนำมาลงครับ

สวัสดีครับพี่  คือตอนนี้ ผมก็เปลี่ยน หัวฉีด e85 ใช้มานานมากแล้ว  แต่ นานๆ ผมจะเข้าบอร์ด มาอ่านที เห็นกระทู้พี่น่าสนใจมาก  สรุปคือ ตอนนี้ ยังใช้ G91 ประหยัดสุดใช่ไหมครับ และ เคยคิดไหมครับ ว่า e85 ต้องต่างจาก G91 กี่บาท ถึงจะคุ้มและกลับมาใช้ e85 อีกทีครับ  หากได้รับคำตอบ ผมจะเปลี่ยนกลับหัวฉีดเดิมละครับ  อ่อปั๊มติ๊ก ผม ก็เป็น พักๆ เป็นมาเรื่อยๆ ที่ ค้างครับ สตารด์ไไงก็ไม่ติด  ผมเลย ต้อง เตรียมค้อนใว้ ทุบมันเสมอเวลา เกิดปัญหา มันจะค้างไม่แน่นอนครับ บ้างที ครึ่งปี ไม่เป็นเลย บ้างที ไม่กี่วัน ก็เป็นอีก ผมก็ไม่รู้จะเครมยังไง  วีดีโอ ถ่ายให้ 0 ดู ก็ไม่สนใจ จะเครมให้ เค้าบอกว่า ไม่ได้เป็นต่อหน้า เครมไม่ได้ครับ  เบื่อเลยครับ ก็เลยว่าวันไหน ทุบแล้วยังไม่ติดก็ค่อยเปลี่ยน ทุกวันนี้ พอเป็น ก็ทุบ มันก็หายอยู่ครับ
  คงพอเป็นประโยชน์/แนวทางให้กับสมาชิกบ้างนะครับ ผมเชื่อเช่นนั้น

chok_chai

#10
15พ.ค.2015, 05:55:30 Last Edit: 15พ.ค.2015, 06:11:07 by chok_chai

ขอบคุณท่านที่เห็นด้วย /ไม่เห็นด้วยครับ
เรื่องtheory ทุกท่านก็คงมั่นใจด้วยกันทั้งนั้น แต่ข้อมูลมาจากหลายสื่อ/สถาบัน ย่อมมีความแตกต่าง
แต่มีอยู่อย่างหนึ่งซึ่งเห็นตรงกันหมด ทั้งคุณ  NUT-D คุณ CHOK CHAI และรวมทั้งผมเองด้วย ซึ่งเคยโพสต์ " Return of the problem on Fuel pump (TIK).  นั่นก็คือ " ปั๊มติ๊ก"  ทุกคนเห็นด้วย/ยอมรับว่า ปั๊มติ๊กมีอายุการใช้งานน้อยลง (เสียนั่นแหละ)

และยังมีสมาชิกบางท่าน inbox  มาหาผมอีกด้วย ขออนุญาตนำมาลงครับ

สวัสดีครับพี่  คือตอนนี้ ผมก็เปลี่ยน หัวฉีด e85 ใช้มานานมากแล้ว  แต่ นานๆ ผมจะเข้าบอร์ด มาอ่านที เห็นกระทู้พี่น่าสนใจมาก  สรุปคือ ตอนนี้ ยังใช้ G91 ประหยัดสุดใช่ไหมครับ และ เคยคิดไหมครับ ว่า e85 ต้องต่างจาก G91 กี่บาท ถึงจะคุ้มและกลับมาใช้ e85 อีกทีครับ  หากได้รับคำตอบ ผมจะเปลี่ยนกลับหัวฉีดเดิมละครับ  อ่อปั๊มติ๊ก ผม ก็เป็น พักๆ เป็นมาเรื่อยๆ ที่ ค้างครับ สตารด์ไไงก็ไม่ติด  ผมเลย ต้อง เตรียมค้อนใว้ ทุบมันเสมอเวลา เกิดปัญหา มันจะค้างไม่แน่นอนครับ บ้างที ครึ่งปี ไม่เป็นเลย บ้างที ไม่กี่วัน ก็เป็นอีก ผมก็ไม่รู้จะเครมยังไง  วีดีโอ ถ่ายให้ 0 ดู ก็ไม่สนใจ จะเครมให้ เค้าบอกว่า ไม่ได้เป็นต่อหน้า เครมไม่ได้ครับ  เบื่อเลยครับ ก็เลยว่าวันไหน ทุบแล้วยังไม่ติดก็ค่อยเปลี่ยน ทุกวันนี้ พอเป็น ก็ทุบ มันก็หายอยู่ครับ
  คงพอเป็นประโยชน์/แนวทางให้กับสมาชิกบ้างนะครับ ผมเชื่อเช่นนั้น

พี่ครับ ผมว่าพี่เข้าใจผิดแล้วครับ ผมหมายถึงปั้มติ๊กที่ไม่รองรับ e85 ครับพี่ ส่วนของมิราจเรานั้น มันคนล่ะเคสกับที่ผมเหนด้วยครับ

ส่วนตัวผมใช้ตั้งแต่วันแรกที่ออกป้ายแดงมาก จนถึงวันนี้ ไม่เหนจะมีอาการงอแง

และคนที่มีอาการนั้น พิสูจน์ได้แน่นอนรึยังว่าเพราะE85 ไม่ใช่เพราะมันเปน defect ของ mass production

ถ้ามันเปนเพราะ E85 จริง อาการปั้มติ๊กงอแง น่าจะต้องมีมากกว่านี้ถึงจะได้รับการพิสูจน์ทางการปฏิบัติครับ

ไม่ใช่ใช้ E85เปนพันคัน ปั้มติ๊กมีปัญหาแค่ไม่ถึง10คัน มาบอกว่าเปนเพราะ E85 นะครับ

อาการแบบนี้เค้าเรียกว่า ข้อบกพร่องทางการผลิตเป็นจำนวนมากครับพี่ พี่เคยเป็น และยังเป็นวิศวกรมาก่อน แปลกใจที่พี่ไม่ชอบพิสูจน์ตามกระบวนการ แต่ชอบยกข้อกล่าวอ้างที่ตัวเองไม่ได้พิสูจน์มาบอกว่าแบบนั้น แบบนี้ ผมว่าพี่คงต้องพิสูจน์กันอีกนานครับ กว่าพี่จะรุ้ว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง

เอาตรงๆนะพี่ พี่มาแนวสมัยดึกดำบรรพ์เลยกับคำเก่าๆที่สมัยนั้นฮิต"แก๊สโซฮอล์นั่นแหละผิด"

ajchaporn

เราคนใช้รถเอง อาจจะพยายามเลี่ยงว่าเป็น defect ของ  mass product  แต่ศูนย์เขาบอกว่าเกิดจากการใช้น้ำมันผิดประเภทไม่ตรงตามสเปคมิตซูมิราจ ชัดๆก็คือไม่เคลมให้เนื่องจากใช้ E85 นั้นแหละ
มีตัวอย่างยืนยันตัวตนได้   ใช้ E85 ปั๊มติ๊กไม่จ่ายน้ำมัน ลากเข้า 0 เคลมไม่ได้ หมดไป 6  พันกว่า
ถ้าจะบอกว่า defect ทำไมที่เชียงใหม่เท่าที่ผมรู้ 2 คันแล้ว ที่ไม่รู้อีกเท่าไร แล้วที่อื่นๆอีกผมไม่รู้ ส่วนตัวผมเองใครจะเรียกว่าไง เกิดจากอะไรไม่กลัวแล้ว แก้มาได้ 2  ครั้งแล้ว (มีแบคดีมั้ง)
  อ้าวจาก A/F  กลายเป็นปั๊มติ๊ก ไปได้ไงเนี่ย

art-art

#12
15พ.ค.2015, 06:40:29 Last Edit: 15พ.ค.2015, 14:42:47 by art-art
ถามตรงๆแบบลูกผู้ชายครับ
ไม่ชอบ E85 หรือ ไม่ชอบผมครับ?

ถ้าไม่ชอบผม ขอกราบขอขมา และขออภัยครับ ผมเป็นผู้น้อย ทำอะไรไม่สมควรก็ขออภัยมานะที่นี้

Login ของคนที่ตอบในกระทู้นี้ส่วนหนึ่ง ไม่ได้ชอบผมเป็นทุนอยู่แล้วครับ อย่าอคติแล้วเอาข้อมูลวิชาการมากลบเกลื่อนกันเลยครับ ผมดูออก ผมก็วิศวกรคนนึงครับ ผลเสียจะอยู่ที่คนเข้ามาศึกษาแล้วจำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องไป ผมมองว่ามันเป็นผลเสียมากกว่าครับ


หวังว่าผมคงจะไม่เห็นประโยคต่อความที่ว่า "ผมร้อนตัว" นะครับ ผมไม่ต้องการคำว่า ชนะ และ แพ้ ครับ  ผมต้องการคำว่า win win มากกว่า



   และแล้วก็ถึงเดือน พ.ย.ซึ่งก็ครบรอบ 2 ปีของเจ้า "มิราจ น้ำเงิน ล้อทอง สปอร์ต ลาดกระบัง"
(ตอนนี้ล้อขาวแล้ว)  ทั้งอายุรถและอายุการใช้งานด้วยน้ำมัน E85 โดยใช้วิธีการเปลี่ยนหัวฉีด เป็นระยะเวลา 2 ปีของเจ้ามิราจคันนี้มีระยะทางในการวิ่งที่  77067 กม. ครับ เข้าศูนย์ตามระยะเวลากำหนด เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องศูนย์ฯตลอดครับ






  คราวนี้ก็ถึงเวลาตรวจสอบในรอบ 2 ปีครับว่าอุปกรณ์หลักๆของระบบการทำงานมีสภาพเป็นอย่างไรภายใต้สภาวะการใช้งานกับน้ำมัน E85 มีการทำงานปกติหรือไม่? มีสิ่งใดชำรุดหรือไม่? โดยผมจะไล่ถอดและรีวิวเป็นส่วนๆไปนะครับ จะได้ไม่สับสนโดยโซนหลักๆจะมีอยู่ 2 โซน คือ ส่วนของเครื่องยนต์ และ ส่วนถังน้ำมันเชื้อเพลิงครับ



เริ่มแรกเรามาดูในส่วนเครื่องยนต์กันครับ






  ส่วนแรกที่เราจะดูกันเลยคือในส่วนของหัวเทียนครับ เพื่อที่เราจะดูถึงการเผาไหม้ในห้องเผาไหม้เลยว่ามีการสันดาปที่สมบูรณ์หรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ผมก็ได้นำ A/F Wide band ทำการจับอัตราส่วนผสมให้ดูไปแล้ว ซึ่งการทำงานของ ECUโรงงานสั่ง
การทำงานหัวฉีดแม่นยำมากครับ ทำงานโดยสมบูรณ์ แต่คราวนี้เราจะถอดหัวเทียนมาดูจริงๆว่ามันสมบูรณ์ตามที่เครื่องมือวัดบอกจริงหรือไม่ และมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ ด้วยหัวเทียนนี่แหล่ะบอกอาการได้ดีทีเดียว


  เริ่มแรกก็ถอดกรองอากาศออกเลย โล่งๆเลย เราจะเห็นคอยล์จุดระเบิดอยู่3ตัวเรียงกันครับ





ทำการไล่ถอดออกเรื่อยๆครับ ดึงปลั๊กไฟ ไขน๊อตออกไปเรื่อยแล้วดึงออกมาเลย






สภาพของคอยล์แบบชัดๆ





จากนั้นก็นำบล๊อคถอดหัวเทียนมาถอดครับ (เบอร์16) ในรูปเป็นของผมที่โมขึ้นมาเองครับใช้ถอดฮอนด้าของผมเป็นส่วนใหญ่






ถอดหัวเทียนออกมาแล้วครับ








สังเกตสีที่ปลายหัวเทียนจะเป็นสีสนิมปนเทา สภาพหัวเทียนแห้ง ไม่มีสภาพบุบแตกสลาย ทั้ง3หัวมีสีการเผาไหม้ที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งสภาพโดยรวมแบบนี้บอกได้เลยว่าเผาไหม้สมบูรณ์ และเผาไหม้เท่าๆกันทั้ง3สูบครับ ใครที่กังวลว่าหัวเทียนติดรถเบอร์ร้อนไปไหมสำหรับ E85? จำเป็นต้องเพิ่มเบอร์ให้สูงขึ้นไหม? ห้องเผาไหม้จะมีปัญหาจากความร้อนไหม? คำตอบได้ออกมาแล้วนะครับ หัวเทียนติดรถสามารถใช้งานได้ปกติและดีด้วย (หัวเทียนอิริเดียมติดรถการันตีการใช้งาน 100000 กม.)


ลองดูรูปกรณีเปรียบเทียบครับ














   ถัดมาเป็นในส่วนของหัวฉีดครับ เรามาดูกันว่ามีสภาพเป็นอย่างไร ต้องขอบอกไว้ก่อนครับ ว่าหัวฉีดของผมนั้นมีการถอดเข้าถอดออกบ่อยครั้งครับ เนื่องจากมีการทดสอบและตรวจสอบบ่อยกว่าส่วนอื่น เพราะมันเป็นแม่งานของงานนี้ ดังนั้นคราบน้ำมันจึงไม่ค่อยมีครับ แต่ผมก็ไม่เคยได้เช็ดล้างแบบจริงจังนะครับ ก็แค่ถอดแล้วเช็ดตรงบ่าเสียบหัวฉีดแค่นั้น ตัวหัวฉีดแทบไม่ได้แตะไม่ได้เช็ดล้างครับ ถอดแล้วก็ใส่กลับดื้อๆเลยครับ เช็ดแต่ร่องบ่าอย่างเดียว(ฝุ่นมันเยอะ)


รวบรัดโดยการถอดออกมาทั้งรางเลย





ลองดูสภาพส่วนหัวและส่วนท้ายของหัวฉีด





สภาพยางโอริง ยังนิ่มครับ ไม่แข็งตัว




สภาพท่อน้ำมันเชื้อเพลิงหลักฝั่งเข้ารางหัวฉีด สภาพโดยรวมยังปกติครับ ไม่แตกหัก ไม่เปื่อยยุ่ย









และนี่แหล่ะครับที่ผมบอก คือ ผมถอดมาบ่อยมาก บ่าหัวฉีดตรงนี้จึงไม่ค่อยมีคราบ แต่สำหรับท่านอื่นที่ไม่เคยถอด ถ้าได้ถอดออกมาจะมีฝุ่นและคราบไอน้ำมันเครื่องผสมกับไอน้ำมันเชื้อเพลิงเกาะเป็นคราบตามสีของน้ำมันเชื้อเพลิงที่เราเติมบ่อยๆครับ

สำหรับสีของน้ำมัน E85
-ถ้าสีออกเขียวฟ้า แสดงว่าท่านเติมบางจากบ่อย
-ถ้าสีออกแดงส้ม แสดงว่าท่านเติม ปตท.บ่อย
-ถ้าสีไม่ค่อยมี แสดงว่าท่านเติม ระยองเพียว หรือ Maxima บ่อย
Update ตั้งแต่ 1 ม.ค. 58 น้ำมันE85ถูกปรับสีให้เป็นสีม่วงเพียงเดียวแล้วครับ






ไหนๆก็รื้อแล้วก็ลองดูสภาพลิ้นปีกผีเสื้อและคอไอดีกันไปเลย


ลิ้นปีกฯด้านหน้า ยังสะอาดครับเพราะเพิ่งล้างไปตอน 50000โล





ด้านหลัง เริ่มมีคราบดำมาแล้วครับแต่โดยร่วมยังสะอาดครับ






MAP Sensor หลังจากล้างไปตอน 50000โล ยังสะอาดอยู่ครับ





คอไอดีฝั่งใกล้วาล์ว ก็มีคราบไอน้ำมันอยู่บ้างครับ โดยรวมก็ปกติครับ ไม่ได้มากมายอะไร





มาดูช่องพอร์ทไอดีกันครับ สังเกตได้จะเห็นวาล์วอยู่ด้านใน ใสๆเลยครับ




ถ่ายให้ดูเรียงสูบกันเลย (มีฝุ่นเล็กน้อยเนื่องจากตอนถอดคอไอดี ยังไงก็ระวังกันด้วย)








จากการตรวจสอบสภาพเบื้องต้นที่ได้รีวิวนั้น สภาพโดยรวมในส่วนของห้องเครื่อง ถือว่าปกติครับ สำหรับการใช้ E85 ของผม





ต่อไปเรามาตรวจสอบบริเวณถังน้ำมันกันครับ


และแล้วเราก็กลับมารื้อเบาะหลังอีกครับ เพราะล่าสุดก็ DIYหุ้มกระดูกงูป้องกันหนูแทะสายไฟปั๊มติ๊กกันไป








สภาพในถังน้ำมันครับ ก็ปกติครับ ไม่มีฝุ่นละออง ไม่ีมีเศษกระเทาะหลุดจากผิวถังน้ำมัน





ท่อต่อหัวปั๊มติ๊กลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิงยังอยู่ในสภาพปกติ ไม่แตกหัก ไม่เปื่อยยุ่ยครับ






ในส่วนของท่อหายใจ/ท่อกันล้น อยู่ในสภาพปกติ ไม่แข็ง ไม่เปื่อยยุ่ย






ยางโอริงหัวถังน้ำมัน อยู่ในสภาพปกติ ไม่แข็ง ไม่เปื่อยยุ่ย





ชุดปลั๊กไฟปั๊มติ๊ก/ลูกลอย อยู่ในสภาพปกติ ยังไม่โดนหนูแทะ






เรามาดูในส่วนของเสื้อปั๊มติ๊ก(Housing)กันครับ ซึ่งในที่นี้ผมจะหมายถึงบริเวณโดยรอบของตัวเสื้อที่ต้องจุ่มแช่อยู่ในถังน้ำมัน จำพวกท่อนำน้ำมัน ขั้วไฟ สภาพตัวเสื้อพลาสติกครับ เรามาดูกัน


ในรูปคือชุดปั๊มติ๊กทั้งยวงครับ โดยผมจะค่อยๆแกะทีละชิ้นออกครับ





แยกบนล่าง ถ่ายรูปให้ดู จะสังเกตเห็นชุดสายไฟและขั้วไฟ





ในรูปจะเป็นกราวน์ครับ อยู่ในสภาพปกติ ไม่มีการละลายใดๆ





ในรูปจะเป็นขั้วต่อของปั๊มติ๊กและลูกลอยที่อยู่ส่วนในถังน้ำมัน ไม่มีคราบ ไม่มีการละลายใดๆ






ในรูปจะเป็นท่อพลาสติกแข็งแบบงอได้ เป็นท่อลำเลี้ยงน้ำมันขึ้นจากหัวปั๊มติ๊กไปสู่ด้านบนมุ่งสู่รางหัวฉีด
อยู่ในสภาพปกติ ไม่แตก ไม่เปื่อยยุ่ย ยังคงบิดให้ตัวได้ครับ






ในรูปจะเป็นส่วนของเรือนเสื้อปั๊มติ๊กครับ เป็นเหมือนห้องให้น้ำมันไหลเข้าแล้วกักน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ให้ปั๊มติ๊กดูดน้ำมันขึ้นไปใช้งาน โดยจะมีวาล์วซึ่งเป็นยางสีน้ำตาลคอยกักน้ำมันไม่ให้ไหลออกหลังจากน้ำมันไหลเข้าไปในห้อง
อยู่ในสภาพปกติครับ ไม่แตก ไม่ละลาย ไม่เสียรูป มีเศษฝุ่นละอองอยู่ที่ก้นเรือน











คราวนี้จะเป็นอุปกรณ์ลายละเอียดรอบ Housing ครับจะไล่รีวิวอุปกรณ์ไปเรื่อยๆครับ


เริ่มแรกก็คือลูกลอยครับ มาดูกันครับ สภาพ 2ปีจะเป็นอย่างไร





สภาพขั้วปลั๊กไฟด้านในถังครับ อยู่ในสภาพปกติครับ ไม่มีคราบ ไม่มีการละลายใดๆ





สภาพมาตรวัดระดับน้ำมันส่งสัญญาณไปที่หน้าปัทม์ อยู่ในสภาพปกติครับ มีรอยจากการเสียดสีของคาร์บอน แผ่นปริ้นไม่มีคราบ ไม่มีการละลายใดๆ





สภาพลูกลอย ทำจากพลาสติก(ไม่ใช่ยาง) อยู่ในสภาพปกติครับ ไม่มีการแตก ไม่มีการละลายใดๆ






ต่อด้วยส่วนของ เรกูเลเตอร์ ครับ
อยู่ในสภาพปกติครับ สภาพโอริงไม่แข็ง ท่อยางไม่มีการแตก ไม่มีการละลายใดๆ









ต่อด้วยส่วนของ วาล์วระบาย/กันล้น ครับ
อยู่ในสภาพปกติครับ สภาพโอริงไม่แข็ง พลาสติกไม่มีการแตก ไม่มีการละลายใดๆ








ในส่วนของปั๊มติ๊กครับ
สภาพโดยรวมอยู่ในสภาพปกติครับ

-ตัวเรือนพลาสติกรอบนอกไม่แตก ไม่ละลาย





-กรองด้านท้ายปั๊มติ๊ก เริ่มสกปรกครับ มีสีที่ดำชัดกว่าตอน 40000โล แต่สภาพก็ไม่ได้เปื่อยยุ่ยแต่อย่างใด ผมลองเอามือไปจับดูก็ยังคงสภาพอยู่ดี ไม่มีฉีกขาดแต่อย่างใด








-ขั้วไฟที่ตัวปั๊มและตรงจุดต่อปลั๊กhousingอยู่ในสภาพปกติ ไม่มีคราบ ไม่มีการละลายแต่อย่างใด









-ปั๊มติ๊ก อยู่ในสภาพปกติ ไม่มีการละลาย ไม่เบี้ยวบุบเสียรูป









-ยางรองท้ายปั๊มติ๊ก อยู่ในสภาพปกติ ไม่มีการละลาย ไม่มีการแข็ง สามารถบิดงอได้ตามปกติ









-โอริงหัวปั๊มติ๊ก (จุดเชื่อมต่อระหว่างปั๊มติ๊กกับเสื้อ) อยู่ในสภาพปกติ ไม่ละลาย ไม่ฉีกขาด ไม่แข็ง สามารถบิดงอได้









ในส่วนของท่อยางใต้ท้องรถครับ
โดยรวมก็ก็ปกติครับ ไม่ได้มีการแตกกรอบ รั่ว แต่อย่างใดครับ แห้งๆ








ไหนๆก็ถ่ายแล้ว เลยถ่ายฝาเติมน้ำมันด้วยเลยครับ
สภาพโดยรวมก็ปกติครับ










ก็พอจะมั่นใจได้ในระดับหนึ่งแล้วนะครับ สำหรับท่านที่ใช้ E85ในการดำเนินชิวิตประจำวันเพื่อลดค่าใช้จ่าย ด้วยวิธีการเปลี่ยนหัวฉีดใหม่โดยให้ ECUมาตรฐานโรงงานเป็นผู้ควบคุมให้ ซึ่งผมก็รอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เท่านั้นเพราะก่อนหน้าอย่างที่รู้ๆกัน วิธีนี้เป็นวิธีที่ตลกขบขันในสายตา Guru ทั้งหลายทั้งปวงครับ จนถึงวันนี้บอกได้เลยว่าเพียบ "รับเปลี่ยนหัวฉีดE85" "รับเปลี่ยนหัวฉีดซิ่ง" ยังไงก็ดูๆกันด้วยนะครับ หัวฉีดมันมีหลายแบบ อย่าเหมารวมนะครับ

วิธีการเปลี่ยนหัวฉีดที่ผมทำ มันไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดครับ แต่มันเป็นวิธีที่คุ้มทุนที่สุด และตรงประเด็นที่สุดสำหรับการดัดแปลงใช้E85 โดยที่ระบบยังคงรักษาเสถียรภาพการทำงานแบบเดิมๆ โดยไม่เป็นภาระหรือไปกระทบบีบบังคับอุปกรณ์ส่วนอื่นให้ทำงานหนักกว่าที่ควรจะเป็น ก็ลองพิจารณากันดูครับ


Art-Art.
Art Work Racing.


ตอนนี้เลขไมล์ผม 98000km แล้วครับ ถ้าจะพังรถผมก็คงพังเป็นคันแรกอ่ะครับ
ส่วนใหญ่ปัญหาจะมาจากชุดสายไฟนะครับ แล้วไปกระทบถึงตัวปั๊มติ๊ก อีกทั้งขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้ของผู้บริโภค บางท่านชอบใช้จนหมดถังบ่อยๆ ปั๊มติ๊กดูดอากาศเขาก็เสียครับ (เหมือนเราดูดน้ำอัดลมที่ก้นขวด ยังใช้แรงเยอะเลย) หนูกัดสายบ้าง ประกอบอุปกรณ์ทับสายบ้าง ผมก็พยายามหาต้นตอ มาอธิบายตลอดนะครับ น่าจะทราบๆกันอยู่

ถ้าจะบอกว่า E85 กัด   E10 E20 ก็กัดหมดน่ะครับ
มาตรฐานการผลิตปั๊มติ๊กตั้งแต่รถปี 2000 ขึ้นไป รองรับเอทานอลไว้แล้วครับ จะใช้หรือไม่ใช้เขาก็ทำมาเผื่อไว้ครับ

- ขาย,ติดตั้ง หัวฉีด E85 T31 G35 350Z (มือ1 ใหม่ แท้ ต้นฉบับ)
- ขายหัวเทียน NGK

สอบถามได้ครับ
086-982-9794 อาร์ตครับ
Line : artworkracing
ซอยลาดกระบัง 54 (วัดศรีวารีน้อย)

https://m.facebook.com/jedsada.maneekhao

หน้าขายของ
http://www.miragethailandclub.com/index.php/topic,18481.0.html

chok_chai

#13
15พ.ค.2015, 06:46:40 Last Edit: 15พ.ค.2015, 06:56:07 by chok_chai

เราคนใช้รถเอง อาจจะพยายามเลี่ยงว่าเป็น defect ของ  mass product  แต่ศูนย์เขาบอกว่าเกิดจากการใช้น้ำมันผิดประเภทไม่ตรงตามสเปคมิตซูมิราจ ชัดๆก็คือไม่เคลมให้เนื่องจากใช้ E85 นั้นแหละ
มีตัวอย่างยืนยันตัวตนได้   ใช้ E85 ปั๊มติ๊กไม่จ่ายน้ำมัน ลากเข้า 0 เคลมไม่ได้ หมดไป 6  พันกว่า
ถ้าจะบอกว่า defect ทำไมที่เชียงใหม่เท่าที่ผมรู้ 2 คันแล้ว ที่ไม่รู้อีกเท่าไร แล้วที่อื่นๆอีกผมไม่รู้ ส่วนตัวผมเองใครจะเรียกว่าไง เกิดจากอะไรไม่กลัวแล้ว แก้มาได้ 2  ครั้งแล้ว (มีแบคดีมั้ง)
  อ้าวจาก A/F  กลายเป็นปั๊มติ๊ก ไปได้ไงเนี่ย

นั่นซิครับพี่ มาปั้มติ๊กได้ไง พี่พูดถึงแต่คันที่มีปัญหา 2คันที่ว่า แล้วทั่วประเทศ มิราจใช้ E85 กี่คัน เอาแค่ในเวบนี้ เวบมิราจเจ้าอื่น ผมว่าเป็นพันคัน ไม่รวมแอททราจ

แต่พี่เล่นยกแต่คันที่เสีย พี่รุ้มา 2คัน (ในเมื่อพี่มโนเอาว่ามันมาจาก E85 เลยพัง) ผมขอมโนต่อว่า แล้วคันอื่นที่ไม่พังล่ะครับ ไม่มีปัญหาล่ะครับ ไม่ใช่แค่มิราจ แอททราจ แต่มีอีกหลายรุ่น อีกหลายหมื่นคันที่เติม E85 รวมถึงรุ่นที่เปน flexfuel ที่ใช้ e85ได้โดยตรงอีก ในเมืองไทยเปนแสนๆคัน ถ้านับจากข้อมูลที่พังของพี่แค่2คัน อันนี้มันคือ defect หรือเพราะ E85

การนำเสนอข้อมูลอะไรก้อตาม ซึ่งพี่เองเปนบุคคลที่มีวัยวุฒิ ทำให้มีผู้อ่านและอาจจะเชื่อผิดๆ (ผมใช้คำว่าเชื่อผิดๆนะครับ) แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นครับ พี่ลองคิดดูล่ะกันว่ามันจะเปนยังไง

เหมือนที่ก่อนหน้าจะมีการพิสูจน์ว่า E85 ระเหยไวกว่า
E85 ใช้แล้วเครื่องพัง เครื่องน๊อค

ทุกวันนี้เค้าพิสูขน์กันมาหมดแล้วว่ามันไม่จริง และเรื่องการเติม E85 สำหรับรถรุ่นใหม่ๆ กูรูทั่วประเทศครับ(ย้ำว่าทั่วประเทศ) 99%ยอมรับหลักการเปลี่ยนหัวฉีดให้ใหญ่ขึ้นเพื่อใช้งานE85 ในรถที่รองรับการเติมE20 แม้กระทั่งช่างของฮอนด้า พนักงานของฮอนด้าเอง เค้าก้อเติม E85 ใช้กันในรถที่ไม่รองรับด้วยการเปลี่ยนหัวฉีด(กรณีที่หัวฉีดเดิม duty cycle ไม่เพียงพอ) แต่เวลาลูกค้าถามเค้าต้องตอบว่า ไม่ได้ครับ เครมไม่ได้เพราะผิดเงื่อนไข เพราะมันเปนนโยบายบริษัทครับพี่ ไม่ใช่เพราะมันเติมไม่ได้ พี่อาจจะสนิทกับคนที่ศูนย์ แต่ผมเข้าไปทำงานในศูนย์ฮอนด้า ที่ใหญ่ที่สุดศูนย์นึง ในภาคนึงของประเทศไทย ผมไม่กล่าวถึงว่าศูนย์ไหน และอีกไม่กี่วันก้อจะต้องไปอีก

ขอร้องครับ อย่าเอาความเชื่อผิดๆมานำเสนอเลยครับ เหมือนการสอนเด็กด้วยการปลูกฝังสิ่งที่ผิดๆอ่ะครับพี่ ถ้าพี่ไม่อยากใช้E85ก้อไม่เปนไร ผมอยากใช้E85ก้อไม่เปนไร

แต่อย่านำเสนอข้อมูลที่ผิดเพี้ยนและการพิสูจน์ที่ไม่ถูกต้อง และที่สำคัญข้อมูลที่นำเสนอนั้น ถ้ามันไม่ถูกต้อง หรือไม่เข้าใจข้อมูลที่ถ่องแท้(กล่าวถีงรวมๆ) อย่าเอามานำเสนอให้ขายหน้าเลยครับ

ผมเองก้อไม่ได้อยากตอกหน้าพี่หรือคนอื่นแบบนี้ แต่ผมเปนห่วงการรับรู้ข้อมูลที่ไม่จริงและไม่ถูกต้องมากกว่าครับพี่ ผมเลยต้องออกมาชี้แจงว่าอะไร คืออะไร เพราะอะไร

แล้วพี่ล่ะทำแบบนี้ไปทำไม??