>>>เกือบ 4เดือนเต็ม กับน้องMirage ฟ้าใส(สิ้นสุดการโมดิฟาย หน้า5)<<<

เริ่มโดย Pongsarid, 30ต.ค.2012, 02:56:00

« หน้าที่แล้ว - ต่อไป »

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Pongsarid

30ต.ค.2012, 02:56:00 Last Edit: 10ก.พ.2013, 06:53:10 by Pongsarid
หลังจากผมได้รับน้องมิราจฟ้าใสมาเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมาถึงวันนี้ก็ 10วันเต็มแล้วครับพี่ได้ทดลองใช้งานน้องฟ้าใส เลยถือโอกาสนี้มารีวิวถึงปัญหา และแนวทางการแก้ไขให้เพื่อนสมาชิกได้ฟังกัน

อันนี้เป็นลิงค์ในกระทู้ที่ผมได้แนะนำตัว และการแต่งรถในสเต็ปแรกครับ http://www.miragethailandclub.com/index.php/topic,7607.0.html

แน่นอนครับการใช้งานรถเดิมๆจากโรงงานปัญหายอมมีน้อย เพราะเค้าได้มีการคำนวณกันมาเป็นอย่างดีแล้วว่าอะไรเหมาะสมลงตัวที่สุดสำหรับผู้บริโภคที่ใช้งานตามปกติ....ซึ่งไม่ใช่สำหรับผมครับ

เริ่มจากวันแรกที่ออกรถมา ขับออกจาก0ปุ๊บก็เปลี่ยนแม็กและยางปั๊บเลยครับ เลยไม่ได้รู้ว่าอัตตราสิ้นเปลืองกับล้อ และยางเดิมจริงๆมันได้เท่าไหร่ แต่ช่างมันครับข้อนั้นไม่ซี เอาให้ประหยัดกว่าคันเดิมที่ใช้อยู่ก็เป็นพอ

ขนาดล้อ 15x6.5 offset +38 ยาง 195/50/r15







Pongsarid

มาต่อกันเรื่องการใช้งานจริงครับ ช่วงแรกๆของการใช้งานยังไม่พบปัญหาใดๆ เพราะสวนใหญ่มีผู้โดยสารเพียงแค่ 3คน ผู้ใหญ่สอง เด็ก 5ขวบหนึ่ง หรือบางครั้งผู้ใหญ่3 ก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาล้อหลังติดซุ้มแต่อย่างใด อัตตราสิ้นเปลืองที่คำนวณจากการเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล91 เต็มถังแล้ววิ่งจนมีสัญญาณเตือนขึ้น แล้วขับไปเติมให้เต็มถังใหม่ จากนั้นเอาจำนวนกม.หารด้วยจำนวนลิตร วัดได้อยู่ที่ 11.5กม/ลิตร สไตล์การขับในการทดสอบของผมคือ พยายามไม่รอบเกิน2000 และไม่ขับเกิน 90กม/ชม. ไม่คิกดาวน์ ไม่กระแทกคันเร่ง หรือพูดง่ายๆคือขับเต่าสุดๆครับ

มาเทียบหน้ายางเดิมติดรถ กับยางใหม่ที่เปลี่ยนเข้าไป เหมือนพ่อกะลูกเลย สิ่งที่ได้สำหรับการเปลี่ยนยางก็คือ เกาะถนนขึ้นเห็นๆ พวงมาลัยไม่เบาหวิวจนน่ากลัว แต่ก็กินน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน




Pongsarid

#2
30ต.ค.2012, 03:17:58 Last Edit: 30ต.ค.2012, 03:34:03 by Pongsarid
และแล้วปัญหาก็มา>>>>>>> เมื่อการใช้งานเริ่มเข้าสู่ความเป็นจริงซึ่งบางครั้งเราอาจจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น4คน หรือจำเป็นต้องบรรทุกสัมภาระที่มีน้ำหนักมากอย่างเลี่ยงไม่ได้   และปัญหาที่เกิดขึ้นนั่นก็คือล้อหลังติดซุ้มเวลาที่ขับผ่านหลุม บ่อ คอสะพานหรือแม้แต่ถนนที่ไม่เรียบครับ เพราะโช๊กหลัง และสปริงเดิมจากโรงงานนั้นต้องถือว่าเซ็ตมาอ่อน ถึงอ่อนมากที่สุด แค่ขึ้นไปนั่งก็ยวบลงไปอย่างหน้าตกใจแล้ว เอาละซิจะแก้ยังไงดีหว่า จะไปอัดโช๊กก็กลัวว่าจะมีปัญหาความกระด้างตามมา หรือแรงดันที่มากเกินกว่ากระบอกโช๊กจากโรงงานจะรับไหว ตัดสินใจได้ดังนั้นผมจึงเลือกแก้ปัญหาด้วยการ เปลี่ยน มันซะเลยดีกว่าครับ

เมื่อคิดจะเปลี่ยนโช๊ก ผมก็นึกถึงโช๊กที่ผมใช้มานาน และไม่เคยสร้างความผิดหวังให้ผมเลยนั่นก็คือ HotBits หลายท่านอาจจะไม่คุ้นชื่อ ให้ลองค้นในอากู๋ดูนะครับ น่าจะพอมีข้อมูลอยู่ไม่น้อยเลย



เริ่มกระบวนการกันแล้วครับ สำหรับมิราจคันแรกในประเทศไทยที่ใส่โช๊กยี่ห้อนี้ เจ้าสำนักถึงกับร้องจ๊าก เมื่อรู้ว่าผมจะพาน้องฟ้าใสไปใส่ อย่างที่บอกครับเป็นคันแรกเลยให้ความสนใจกันเป็นพิเศษ มุงกันตรึม




เฮียคี้ เจ้าสำนัก Hotbits ลงมือด้วยตัวเองเลย






61

เปลี่ยนแล้วยังติดอยู่มั๊ย, ราคาเท่าไหร่, ร้านอยูที่ไหนครับ

Pongsarid

#4
30ต.ค.2012, 03:26:59 Last Edit: 30ต.ค.2012, 20:02:00 by Pongsarid
อีกข้อดีสำหรับโช๊ก HotBits ที่ผมชอบก็คือ มันเหมือนกับเวลาเราไปร้านอาหาร แล้วเราสามรถสั่งปรุงอาหารได้ตามความต้องการ จะเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด เค้าก็สามารถปรุงได้ตามใจคนกิน โช๊ก HotBits ก็เหมือนกัน ไม่ว่าเราจะขับรถอะไรเข้าไปเค้าก็สามารถสร้างโช๊กที่รองรับความต้องการของเราได้ ชอบแข็ง ชอบอ่อน ชอบหนึบ หรือแม้จะให้เราช่วยปรุงเองก็ยังได้แฮะ อิอิ

ถอดโช๊กเก่าออกมาแล้วครับ



ทำการวัดค่าต่างๆ เพื่อปรับตั้งหาความเหมาะสมกันน้องฟ้าใสกันครับ








Pongsarid


เปลี่ยนแล้วยังติดอยู่มั๊ย, ราคาเท่าไหร่, ร้านอยูที่ไหนครับ


สักครู่รู้กันครับ emo62


มาต่อกันเลยครับ 

จับเอาโช๊กหน้า และหลังมาวางถ่ายรูปคู่เป็นที่ละทึกกันหน่อยครับ

โช๊กหน้าสตัดปรับเกลียว พร้อมซับแทงค์ปรับแรงดันไนโตรเจนในตัว



แกนโช๊กคนละไซด์กันเลยทีเดียว



โช๊กหลังพร้อมซับแทงค์เช่นกันครับ







Pongsarid

มาดูผลการทดสอบหลังจากเปลี่ยนโช๊กกันบ้างครับ อ่อ สปริงยังใช้ของเดิมอยู่นะครับผมอยากรู้ว่าเปลี่ยนแต่โช๊กแล้วมันจะเป็นยังไงบ้าง

วันที่ผมเข้าไปเปลี่ยนก็เป็นวันเดียวกับที่ได้ทดลองนั่งเต็ม 4คนเป็นครั้งแรกครับ นั่งไปตอนสายๆเจอปัญหา บ่ายๆก็รีบแจ้นไปเปลี่ยน กว่าจะเสร็จก็สองทุ่ม ไม่มีเวลาให้ลองแล้วใส่เสร็จขับกลับบ้านเลยครับ ผลก็คือโช๊กหลังแข็งมากกกกก ขับกระแทกที่ถึงกับจุกได้เลย อารมณ์เหมือนขับรถโหลดยังไงอย่างนั้นเลย ไม่เป็นไรเช้าวันต่อมาขับกลับไปที่อู่ใหม่


อย่างที่บอกครับว่าน้องฟ้าใสเป็นมิราจคันแรกของประเทศที่ได้ใส่โช๊ก Hotbits การคำนวณน้ำหนักรถเลยยังไม่เป๊ะซึ่งเรื่องนั้นไม่มีปัญหา บอกเฮียไปว่า เฮียหลังแข็งปั้กเลยจัดให้หน่อย ไม่ถึงครึ่งชม.ก็เรียบร้อยครับ

รื้อออกมาเซ็ตใหม่ทั้งยวงเลย



ข้างในยังหน้าตาดีเลยนะเนี่ย




decskong

ต่อเลยครับน้า  รออยู่
วันนี้คุณยิ้มให้คนรอบข้างกันหรือยัง

Pongsarid

#8
30ต.ค.2012, 03:58:53 Last Edit: 30ต.ค.2012, 04:59:12 by Pongsarid
หลังจากเซ็ตเสร็จเรียบร้อย เอาหละถึงเวลาทดสอบ การทดสอบของผมก็คือพาครอบครับขับรถไปกินกุ้งที่ร้านรวยกุ้งเผา จ.อยุธยาครับ อิ่มอร่อยและได้ทดสอบรถไปในตัว อัตตาบรรทุกในทริปนี้คือผู้ใหญ่ 4 เด็กห้าขวบ1 น้ำหนักประมาณ 300กม.

ก่อนขึ้นรถ




เมื่อขึ้นรถปุ๊บสภาพการเป็นแบบที่เห็นยวบบบบบบบ (คนขับน้ำหนัก 73กก.ยังไม่ได้ขึ้นรถ)



ถามว่าติดมั้ย คำตอบคือจะเหลือรึ ถึงมันไม่ติดขนาดโช๊กเก่าติดรถ แต่มันก็ยังติดบ้างอะไรบ้างครับ แต่.......อย่างที่กล่าวไปแล้วบางครั้งลูกค้าก็สามารถช่วยปรุ่งให้การใช้งานกลมกล่มที่สุดได้นะจะบอกให้

ทีเด็จมันอยู่ตรงนี้ครับ เห็นตุ่มแดงๆมัยครับ



อ่ะเข้าไปดูกันใกล้ๆ



เจ้านี่หละครับคือทีเด็จตัวปรับแรงดันที่ซับแทงค์ พูดง่ายๆก็คือมันคือวาวมหัสจรรย์ที่ทำให้เราสามารถปรับโช๊กได้ตามการใช้งานของเรา อย่างเช่นนั่ง 1-2 คนปรับไว้ที่นุ่มสุด ซึ่งก็จะได้ความนุ่มนวล แต่เกาะถนนดีเยี่ยม แต่ถ้าบรรทุกเต็มอัตตาเราก็แค่ปรับแรงดันให้สูงขึ้นตามความต้องการ โดยแค่ทำการหมุนเจ้าวาวตัวนี้แค่นั้นเอง ปรับง่ายๆใครๆก็ทำได้ครับ

ซึ่งหลังจากที่ผมได้ทดลองปรับแรงดันแล้วสรุปว่าสอบผ่านฉลุยกับการบรรทุกเต็มอัตราศึก ทั้งที่ซุ้มล้อย้อยลงมาใกล้ขอบยางเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่มีการกระแทกแต่อย่างใดครับ แต่เวลาขับขี่อาจจะรู้สึกว่ารถเราเหมือนรถสปอตร์ซักหน่อยเพราะการให้ตัวทำได้น้อย ซึ่งข้อนี้มีวิธีแก้ด้วยการเปลี่ยนสปริงหลังใหม่ใช้ของที่ดีขึ้น แล้วปรับโช๊กให้อ่อนลงหน่อย รับลองฟินแน่นอน ฟันธง!!!

กุ้งอวบๆหัวมันๆ กินเสร็จน้ำหนักเพิ่มทั้งคันรถ แต่ก็เอาอยู่!!!




Pongsarid

สำหรับเรื่องโช๊กเดี๋ยวหลังจากเปลี่ยนสปริงแล้วผมจะมารีวิวให้อ่านกันต่อนะครับ ส่วนเรื่องโช๊กหากใครสนใจลองติดต่อได้ที่ Hotbits Thailand เลย ผมไม่มีส่วนได้เสียแต่อย่างได แค่เป็นคนที่เคยใช้และจะใช้มันต่อไปแค่นั้นครับ

อีกเรื่องสำหรับอัตราสิ้นเปลื่องหลังจากที่ได้ขับรถออกจากตัวเมืองไปทัวร์กินกุ้ง ขับกันโล่งๆยาวๆ วัดอัตตราสิ้นเปลื่องแบบแมนนวลด้วยวิธีเดิม ทำได้ดีขึ้นครับคือ 12.3 กม./ลิตร ก็ยังดีกว่าอีกคันที่ทำได้ 7โลลิตรละก๊าบ

ไหนๆก็รีวิวเรื่องช่วงล่างแล้ว มาต่อกันอีกซักหน่อยเรื่องเสียงรบกวนจากภายนอกด้วยซะเลย คือเนื่องจากผมเป็นคนชอบฟังเพลงเลยนิยมที่จะทำให้เครื่องเสียงในรถนั้นดีขึ้นด้วย แต่สำหรับน้องฟ้าใสจากที่ได้ขับในช่วงแรกๆนั้นต้องบอกว่ามีเสียงรบกวนจากภายนอกเข้ามาเยอะพอควร และลำโพงกระดาษที่ติดมากับรถนั้นก็ให้รายละเอียด และความกว้างของเวทีเสียงยังไม่ดีพอ เลยจัดการอัปเกรดชุดเครื่องเสียง และทำการกำจัดเสียงรบกวนกันไปเลยในทีเดียว

เริ่มด้วยจัดการแดมป์บานประตูทั้งสี่ซะ เพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอกที่ดังเข้ามาในตัวรถค่อนข้างจะมากจนเกินงาม



โดนขยายรูกันไปตามเคยครับ เพราะลำโพงใหม่ตูดเค้าอวบมาก



เอาของเก่าออกแล้วจับเจ้านี่ใส่เข้าไปแทน ตัวนี้ราคากำลังดีไม่โหดจนเกินงาม



จากนั้นก็เอาทวิสเตอร์มาเสียบไว้ที่เสาหน้าที่หล่อขึ้นมาใหม่



แค่นี้เสียงก็แจ่มแมว มิติดีขึ้นอีกหลายๆกองแล้วครับ



งานเรียบร้อยสวยงามเหมือนเดิมไว้ใจได้จริงๆครับสำหรับสุชาติซาวด์





emcbaby

ทำแล้วมันเตี้ยลงมั้ยครับ แล้วค่าเสียหายเท่าไรครับเนี่ย
"คนบางคน"ผ่านมาให้รักไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กัน

Pongsarid

อีกสิ่งครับสำคัญมาก และถือเป็นอาวุธลับสำหรับผมก็คือเจ้าแตรนี่เอง เวลารถใหญ่เห็นเราตัวเล็กๆจะชอบมาข่มเหงเบียดกันจัง เลยจัดยาวๆไปหนึ่งดอก ได้ผลฮะกระเจิงกันไปเลยทีเดียว

เทียบขนาดกับแตรเก่าที่ให้มาตัวเดียว


จับยัดเข้าไปร้านแถวบ้านผมค่าติด เดินสายไป ใส่รีเรย์ 400ให้ทิปเด็กไป 150 ติดซะเนียน(มากๆ) เดินสายไฟงามกว่าโรงงานทำมาอีกครับ







ขอจบการทดสอบ ดัดแปลง และทดลองใช้น้องฟ้าใสภาคแรกเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ ใครมีเรื่องสงสัยถามมาได้เลย ยินดีให้คำตอบตามประสาคนชอบใช้รถครับ emo49

Pongsarid


ทำแล้วมันเตี้ยลงมั้ยครับ แล้วค่าเสียหายเท่าไรครับเนี่ย


ความสูงเท่าเดิมครับ ถ้าอยากเตี้ยลงก็ปรับเกรียวได้ที่โช๊กหน้า แล้วเปลี่ยนสปริงโหลดใส่ด้านหลังครับ หรือเปลี่ยนสปริงหน้าหลังเลยได้ก็จะดีจะหนึบ นิ่งขึ้นอีกเยอะครับ ค่าเสียหายอาจจะแรงไปหน่อยโช๊ก 4ต้นราคาเต็มอยู่ที่ 4หมื่นบาทครับ  emo48

emcbaby

 emo48 emo48 แรงจริงคับ
"คนบางคน"ผ่านมาให้รักไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กัน